»ค้นหาแบบมีเงื่อนไข
Sign In
 
Thailand | Singapore | Malaysia
     
วิเคราะห์ภาพรวม กระแสข่าว/กลยุทธ์
 

By จอร์จ ฮิบส์/มยุรี โชวิกรานต์ /กิติชาญ ศิริสุขอาชา     
29 Jan 8:50AM : กระแสข่าว/กลยุทธ์ (29/01/53)

Kim Eng Securities (Thailand) Ltd.
 

ประเมินแนวโน้มตลาด/กลยุทธ์การลงทุน/บทวิเคราะห์

ประเมินแนวโน้มตลาด

ขณะนี้เรายังมองไม่เห็นปัจจัยบวกที่จะช่วยหนุนตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น และคาดว่านักลงทุนจะเห็นดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงต่อในวันนี้ รวมถึงอาจมีแรงซื้อเข้ามาในช่วงท้ายตลาด เพื่อทยอยสะสมหุ้นปัจจัยพื้นฐานดีเมื่ออ่อนตัวเช่นเคย อย่างไรก็ตามในระยะยาว เรามองว่าตลาดหุ้นไทยยังมีเสน่ห์ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องอย่างมีเสถียรภาพ, ราคาหุ้นไทยที่ยังถูกอยู่โดยเปรียบเทียบ, และอัตราเงินปันผลตอบแทนในระดับสูง แต่ในระยะสั้นนักลงทุนจะยังเป็นกังวลกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ, นโยบายการเงินของจีน, และปัญหาการเมืองในประเทศ เรายังคงแนะนำทยอยสะสมหุ้นเมื่ออ่อนตัว โดยเฉพาะในหุ้นที่กำไรมีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง หรือจ่ายเงินปันผลตอบแทนในระดับสูง เช่น TASCO และ PTTEP

  • นักลงทุนรายบุคคลในประเทศเป็นกลุ่มเดียวที่มีสถานะซื้อสุทธิ: ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงเล็กน้อยเพียง 0.74 จุด มาปิดที่ระดับ 689.72 จุด อย่างไรก็ตามในชั่วโมงการซื้อขายระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยได้ปรับตัวลงมาทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 682.17 จุด ซึ่งมีความเป็นไปได้มากที่เราจะเห็นการปรับตัวลงมาทดสอบระดับดังกล่าวอีกครั้งในวันนี้ โดยวานนี้มูลค่าการซื้อขายรวมของตลาดปรับตัวลงมาที่ระดับ 15,382 ล้านบาท โดยนักลงทุนทุกกลุ่มมีสถานะขายสุทธิ ยกเว้นนักลงทุนรายบุคคลในประเทศ เราพบว่านักลงทุนสถาบันในประเทศมีสถานะขายสุทธิ 435 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนต่างประเทศ และพอร์ทโบรกเกอร์มีสถานะขายสุทธิ 102 ล้านบาท และ 362 ล้านบาทตามลำดับ
  • นาย Ben Bernanke ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ อีก 4 ปี: วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติแต่งตั้งให้นาย Ben Bernanke ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ อีกสมัยด้วยคะแนนเสียง 70 ต่อ 30 เสียง โดยข่าวดังกล่าวได้เข้ามาช่วยผลักดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ ให้ฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยในช่วงท้ายตลาด แต่ก็ไม่อาจผลักดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ ให้กลับมาปิดในแดนบวกได้ ทั้งนี้เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลกับการฟื้นตัวที่กระท่อนกระแท่นของเศรษฐกิจสหรัฐฯ, รายละเอียดในการควบคุมธุรกรรมสถาบันการเงินของรัฐบาล Obama และทิศทางนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นของประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะจีน รวมถึงความกังวลต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในอนาคตด้วย โดยดัชนี Dow Jones ปรับตัวลง 115.70 จุด หรือ 1.13% ขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวลง 1.18% และ 1.91% ตามลำดับ สาเหตุที่ดัชนี Nasdaq ซึ่งเป็นตัวแทนของตลาดหุ้นเทคโนโลยีปรับตัวลงแรงกว่าตลาดอื่นๆ เนื่องจากราคาหุ้น Apple ปรับตัวลงแรง หลังสินค้าตัวใหม่อย่าง iPad ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์แบบ Tablet ไม่ได้รับการตอบรับจากตลาดอย่างที่คาดกันก่อนหน้านี้ นอกจากนี้นักลงทุนยังมีความกังวลกับผลประกอบการของ Qualcomm และ Motorola ด้วย
  • ค่าเงิน US dollar เทียบเงินสกุลหลักไม่มีทิศทางชัดเจน แม้ประธานาธิบดี Obama จะประกาศเดินหน้าเพิ่มการจ้างงาน: เราพบว่าค่าเงิน US dollar เทียบเงินสกุลหลักไม่มีทิศทางชัดเจนในคืนที่ผ่านมา แม้ประธานาธิบดี Obama จะประกาศเดินหน้าเพิ่มการจ้างงานในประเทศในถ้อยแถลงการณ์ต่อสภาครองเกสในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (ตามเวลาของไทย) เราพบว่าค่าเงิน US dollar เทียบยูโรแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แต่ค่าเงิน US dollar เทียบเยน และปอนด์กลับอ่อนตัวลง ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าปรับตัวลง 0.03 เหรียญสหรัฐฯ เป็น 73.64 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาทองคำล่วงหน้าปรับตัวลง 0.90 เหรียญสหรัฐฯ เป็น 1,083.60 เหรียญสหรัฐฯ ต่อออนซ์

แนวการลงทุน:

เราคงสัดส่วนการถือครองหุ้นที่ระดับ 70%

สัดส่วนลงทุน:

  • หุ้น = 70%
  • เงินสด = 30%

หุ้นแนะนำ

กลุ่มพลังงาน : PTT, PTTEP, BANPU, PTTAR, IRPC

กลุ่มธนาคารพาณิชย์ : BBL, KBANK, TCAP, KTB

กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ : SPALI, AP, LPN, QH

กลุ่มวัสดุก่อสร้าง : SCC, TASCO, DCC, SSI

กลุ่มสื่อสาร : ADVANC, DTAC

กลุ่มอิเล็คโทรนิคส์ : HANA

กลุ่มเดินเรือ : TTA

กลุ่มอื่นๆ : CPF, TPC, TVO, AIT, MAJOR    

กลยุทธ์หุ้น

TASCO : ไตรมาส 4/52 มีแนวโน้มโดดเด่นต่อ แรงหนุนจากส่งออก และแผนไทยเข้มแข็ง

 

 

แนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 4/52 คาดจะยังโดดเด่นต่อ เนื่อง โดยได้แรงหนุนจากโรงกลั่นยางมะตอยในมาเลเซีย นอกจากนี้ยังได้ผลบวกจาก โครงการถนนไร้ฝุ่น ทำให้เราคาดกำไรไตรมาสสี่จะยังโดดเด่นในระดับ 150-200 ล้านบาท ในขณะที่แนวโน้มผลประกอบการปี 2553 จะได้ผลบวกอย่างเต็มที่จากแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 คือ โครงการถนนไร้ฝุ่นของกรมทางหลวงชนบท ในปีงบประมาณ 2553 (เริ่ม ต.ค. 2552) มีงบ 14,821 ล้านบาท และ ยังมี กรมทางหลวงได้งบที่เกี่ยวกับการสร้างและซ่อมบำรุงทางในปีงบประมาณ 2553 อีกจำนวน 14,034 ล้านบาท เราคาดกำไรปีนี้เติบโต 17% yoy เป็น 728 ล้านบาท หรือ 4.77 บาท/หุ้น ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PER ต่ำเพียง 7.8 เท่าและมีอัตราเงินปันผลตอบแทน 5.4% แนะนำ ซื้อ ในระดับราคา 36-36.50 บาท โดยมีราคาเป้าหมาย 44 บาท

PTTEP : ทยอยซื้อลงทุนระยะยาว

ราคาน้ำมันดิบเมื่อคืนนี้ปรับลดลงเพียง 0.03 เหรียญ/บาร์เรล มาปิดที่ 73.64 เหรียญ/บาร์เรล แม้ว่าในระยะสั้นราคาน้ำมันยังอาจเผชิญความเสี่ยงของค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นและความกังวลต่อความต้องการ แต่เราคาดว่าราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยในปีนี้จะฟื้นตัวขึ้นจากปีก่อนที่เฉลี่ยที่ 65 เหรียญ/บาร์เรล เป็น 75 เหรียญ/บาร์เรล เราเห็นว่าราคาหุ้นที่ปรับลงมาเป็นโอกาสดีในการลงทุนเนื่องจากเราคาดว่าผลกำไรของบริษัท ในปีนี้จะเติบโตสูงกว่าปีก่อนในทุกไตรมาสและจะมีกำไรเติบโตสูงถึง 74% yoy เป็น 40,814 ล้านบาทหรือ 12.34 บาท/หุ้น เติบโตสูงสุดในกลุ่มพลังงาน จากปริมาณและราคาจำหน่ายปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้น ราคาหุ้นปัจจุบันมี upside 49% จากราคาเป้าหมายของเราที่ 195 บาท แนะนำ ซื้อ ในระดับราคา 128-130 บาท

ปฏิทินเศรษฐกิจ

U.S. economic data this week

 

Releases

Period

Unit

Actual

Est.

Prior

Jan-25

Existing Home Sales

DEC

mn

5.45

6.00

6.54

 

Existing Home Sales

DEC

MoM

-16.7%

-8.30%

7.40%

Jan-26

S&P/CaseShiller Home Price

NOV

Index

138.78

-

146.58

 

S&P/CS Composite-20

NOV

YoY

-5.32%

-5.00%

-7.28%

 

Consumer Confidence

JAN

Index

55.9

53.5

52.9

 

House Price Index

NOV

MoM

0.7%

0.1%

0.60%

Jan-27

New Home Sales

DEC

,000

342

370

355

 

New Home Sales

DEC

MoM

-7.6%

4.20%

-11.30%

 

FOMC Rate Decision

Jan-28

%

0.25%

0.25%

0.25%

 

Crude inventories

Jan-22

mn

-3.89

 

-0.471

Jan-28

Durable Goods Orders

DEC

MoM

 0.3%

2.00%

0.20%

 

Initial Jobless Claims

Jan-24

,000

 470

452

482

 

Continuing Claims

Jan-17

,000

 4602

4600

4599

Jan-29

GDP QoQ (Annualized)

4Q A

YoY

 

4.50%

2.20%

 

GDP Price Index

4Q A

YoY

 

1.30%

0.40%

 

Employment Cost Index

4Q

MoM

 

0.40%

0.40%

 

Chicago Purchasing Manager

JAN

Index

 

57

60

 

U. of Michigan Confidence

JAN F

Index

 

73

72.8

Source: Bloomberg.com

สรุปข่าว

ธปท.คลายกฎสู้"บาทป่วน" สกัดค่าเงินบาทแข็ง-หนุนเอกชนลดต้นทุนผลิต (กรุงเทพธุรกิจ 29/1/53): ธาริษา เตรียมออกประกาศ สัปดาห์หน้า คลายกฎปริวรรตเงินตราให้นักลงทุนไทยขนเงินไปลงทุนนอกได้มากขึ้น เพื่อหาต้นทุนการผลิตที่ต่ำ และรับมือตลาดเงินผันผวน คาดช่วยประคองไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งเกิน จากการไหลเข้าของเงินจากต่างประเทศ ย้ำห่วงปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจโลกและการเมืองในประเทศที่ไร้กติกา

กสิกรเล็งจีนสดใส ผนึกไชน่าหมิงเซิง เปิดพรมแดนการเงินไทย-จีน (กรุงเทพธุรกิจ 29/1/53): กสิกรไทยมองอนาคตแบงก์อยู่ที่เมืองจีน เร่งขยายความร่วมมือไชน่า หมิงเซิงแบงก์ปล่อยกู้เอสเอ็มอีในจีน เล็งขอเป็นธนาคารท้องถิ่นหากธุรกิจไปได้ดี พร้อมตั้งเป้าร่วมปล่อยกู้เอสเอ็มอีจีนปีนี้ 6,000 ล้านบาท เผยเห็นแนวโน้มนักลงทุนจีนเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น ด้านไชน่า หมิงเซิง เชื่อมาตรการคุมเข้มของทางการไม่เป็นอุปสรรคต่อธุรกิจ

ไฟเขียวAISร่วมทุนทีโอที ลุย3จีโดยไม่ต้องผ่านกทช. (ข่าวหุ้น 29/1/53): ระนองรักษ์ ไฟเขียว AIS ร่วมมือทีโอทีเปิด 3จีทั่วประเทศ ชี้หากทั้ง 2 ฝ่ายตกลงเดินหน้าลงมือได้ทันทีไม่ต้องผ่านกทช. แต่แทงกั๊กขอศึกษาข้อมูลดูก่อน อ้างแผนลงทุนโครงข่าย20,000 ล้านบาทเข้าข่ายพ.ร.บ.ร่วมทุนฯ

เกียรติ เปิดโอกาส ล็อกซเล่ย์ทำหวย6ตัว -1กพ."ตรีจักร"เสนอทางเลือกใหม่ (ข่าวหุ้น 29/1/53): เกียรติ เปิดทาง ล็อกซเล่ย์ เสนอทางเลือกการใช้เครื่อง 1 ก.พ. ระบุบริษัทสามารถพิมพ์เลข 6 ตัวขายได้ เหตุไม่ทับซ้อนกฎหมายกองสลาก พร้อมเชิญ"สมใจนึก-ศุภรัตน์-ปิยะพันธุ์ อดีตประธานบอร์ดสลากฯให้ความเห็นโครงการหวยออนไลน์สัปดาห์หน้า ก่อนสรุปเสนอนายกฯ ชี้หากตกลงกันได้วินวินทั้งสองฝ่าย

กระเบื้องตราเพชร (DRT) ทุ่มงบ200ล.ทำตลาด (กรุงเทพธุรกิจ 29/1/53): กระเบื้องหลังคาตราเพชรเพิ่มงบการตลาดอีกเท่าตัวเป็น 200 ล้านบาท หลังเห็นทิศตลาดกระเบื้องโต 5-10% หวังดันรายได้ทั้งปีแตะ 3,000 ล้าน

HEMRAJ ทุ่ม 3 พันล้านสยายปีกธุรกิจพลังงาน (ทันหุ้น 29/1/53): HEMRAJ ทุ่มงบลงทุนปีนี้กว่า 3 พันล้านบาท สยายปีกธุรกิจพลังงานเป็นหลักเสริมทัพธุรกิจอสังหาที่จ่อรับทรัพย์จากโครงการเดอะ พาร์ค ชิดลม กว่า 30% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีสัดส่วนรายได้เพียง 20% วาดฝันดันรายได้ ทะยาน 50% ปักธงยอดขายที่ดิน 800 ไร่ ลั่น Q1/2553 เซ็นสัญญา 400 ไร่ชัวร์ ส่งซิกชงบอร์ดจ่ายเงินปันผลครึ่งหลังปีก่อนไม่ต่ำกว่า 50%

BEC จ่อขึ้นค่าโฆษณา 10% ลุ้น "กทช." ไฟเขียวเคเบิลทีวี (ทันหุ้น 29/1/53): BEC สบจังหวะเม็ดเงินโฆษณาฟื้น ปรับขึ้นค่าโฆษณา 10% และเตรียมขยับอีกรอบ 2-3 เดือนข้างหน้าไม่ต่ำกว่า 10% ผู้บริหาร "ฉัตรชัย เทียมทอง" ฉายภาพธุรกิจสื่อทีวีปีนี้รุ่ง หนุนรายได้โต 3-4% ส่วนแผนผุดทีวีดาวเทียม กทช.ไฟเขียวไลเซนส์ พร้อมลุยทันที โบรกคาดใช้งบช่องละ 100 ล้านบาท คาดทำได้สบายเหตุเงินสดเพียบถึง 3 พันล้านบาท ราคาหุ้นดีดรับข่าวดีไตรมาส 4/2552 กำไรทำสถิติสูงสุดของปีที่ 774 ล้านบาท

LPNทุ่ม102ล้านซื้อที่ย่านบางแค ลุยสร้างคอนโดฯมูลค่า650ล้าน (ข่าวหุ้น 29/1/53): LPN ใช้เงิน 102 ล้านบาทซื้อที่ดินเปล่าย่านบางแค ลุยพัฒนาคอนโดมิเนียมโครงการลุมพินี คอนโดทาวน์ บางแค มูลค่ากว่า 650 ล้านบาท พร้อมเปิดขายวันที่ 30ม.ค.นี้ ตอกย้ำความสำเร็จย่านตลาดบางแค หลังเปิดโครงการแรก"ลุมพินี วิลล์ บางแค"ยอดขายล้นหลาม

บทวิเคราะห์
  • SSI <1.09 บาท : ซื้อ> กำไรไตรมาส 4/52 โดดเด่นสูงถึง 1,151 ล้านบาท และมากกว่าคาด คาดไตรมาสแรกจะยังโดดเด่นต่อจากสต็อกวัตถุดิบราคาถูก
กำไรไตรมาส 4/52 โดดเด่นสูงถึง 1,151 ล้านบาท และมากกว่าคาด

บมจ. สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI) ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/52 ที่ยังโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิสูงถึง 1,151 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 0.09 บาท) ชะลอลดลงตัวลง 12% จากไตรมาสก่อน ในขณะที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ขาดทุนถึง 5,481 ล้านบาท มากกว่าที่เราคาดจะมีกำไรสุทธิเท่ากับ 780 ล้านบาท กำไรที่โดดเด่นดังกล่าว เนื่องจากได้แรงหนุนจากราคาขายเหล็กรีดร้อนชนิดม้วนเฉลี่ยในไตรมาสสี่ที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 580-590 เหรียญ/ตัน (+6%qoq, -23%yoy) และ ต้นทุน Slab ราคาถูกในสต็อก รวมกับวัตถุดิบที่สั่งซื้อในไตรมาสสี่มีราคาประมาณ 425-470 เหรียญ/ตัน ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเป็น 15.8% จาก 9.9% ในไตรมาสก่อน และ -28.5% ในปีก่อน บวกกับคู่แข่งของ SSI ประสบปัญหาทางการเงิน ทำให้ผลิตไม่ได้เต็มที่ ทำให้ยอดขายของ SSI ยังอยู่ในระดับสูงเท่ากับ 9,513 ล้านบาท (+2%qoq, +452%yoy)

แนวโน้มผลประกอบการในปี 2553 คาดจะได้แรงหนุนจากทั้งปริมาณขายและราคา

ก่อนหน้านี้ผู้บริหารของ SSI มีมุมมองในด้านบวกอย่างมากต่อแนวโน้มผลประกอบการในปี 2553 โดย ตั้งเป้าหมายยอดขายเท่ากับ 2.7 ล้านตัน หรือ เติบโตจากปีก่อนถึง 54% โดยได้แรงหนุนจากคู่แข่งยังประสบปัญหาทางการเงิน และ ความต้องการเหล็กในประเทศที่ขยายตัว โดยสถาบันเหล็ก ประเมินความต้องการเหล็กในประเทศจะเพิ่มขึ้น 10-25% เป็น 10.98-12.57 ล้านตัน สำหรับแนวโน้มราคาเหล็ก เราคาดหมายแนวโน้มราคาเหล็กในไตรมาสแรกนี้จะเป็นขาขึ้น เนื่องจากต้นทุนผลิตเหล็กของโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก คือ ราคา Spot สินแร่เหล็ก (Iron Ore) นำเข้าของจีนได้ทะยานพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงถึง 59% ในรอบ 5 เดือนที่ผ่านมาสู่ระดับ 121.2 เหรียญ/ตัน และ ราคา Coking Coal ก็ทะยานพุ่งขึ้นถึง 30% นับจากกลางปีที่ผ่านมา สู่ระดับ 1,350 หยวน/ตัน หรือ 199 เหรียญ/ตัน สำหรับประมาณการเราค่อนข้างอนุรักษ์นนิยมและต่ำกว่าประมาณการของผู้บริหาร โดยประเมินยอดขายไว้ที่ 2 ล้านตัน หรือ เท่ากับ 5 แสนตันต่อไตรมาส และ มีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,974 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 0.15 บาท) เพิ่มขึ้น 119%

แนะนำ ซื้อ คาดแนวโน้มเหล็กยังมีทิศทางบวก ประเมินราคาเหมาะสม 1.50 บาท

เราคาดหมายทิศทางเหล็กจะเป็นขาขึ้นในช่วงไตรมาสแรกนี้ และ จากข้อมูลของสถาบันเหล็กพบว่า เดือน ต.ค. - พ.ย. ไทยมีการนำเข้า Slab ค่อนข้างมากเท่ากับ 300,000-360,000 ตัน ต่อเดือน ที่ราคา 425-470 เหรียญต่อตัน เทียบกับราคาปัจจุบันได้พุ่งขึ้นมาเป็น 490 เหรียญ/ตัน จะทำให้ SSI มีความได้เปรียบด้านต้นทุน บวกกับคู่แข่งยังประสบปัญหาทางการเงิน คาดจะทำให้กำไรไตรมาส 1/53 ยังอยู่ในเกณฑ์ดีต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน ดังนั้น เราจึงคงคำแนะนำ ซื้อ โดยประเมินราคาเหมาะสมเท่ากับ 1.5 บาท บนฐาน P/E ปี 2553 เท่ากับ 10 เท่า แต่ในระยะสั้น ราคาหุ้นอาจจะยังถูกกดดันจากประเด็นปัจจัยเสี่ยงของตลาดหุ้น และ ราคาหุ้นกลุ่มเหล็กของทั่วโลกที่ถูกแรงขายตามการทรุดตัวของตลาดหุ้น

  • THAI <16.90 บาท : ซื้อเก็งกำไร> คาดไตรมาส 4/52 พลิกฟื้นก้าวกระโดดมีกำไรสุทธิถึง 7,398 ล้านบาท
ไตรมาส 4/52 ปริมาณขนส่งผู้โดยสารเติบโตแข็งแกร่ง 29.3% yoy

THAI รายงานจำนวนผู้โดยสาร (RPK) ในงวดไตรมาส 4/52 เติบโต 29.3% yoy ดีกว่าที่เราคาดไว้ก่อนหน้านี้ และโต 7.8% qoq เป็น 14,470 ล้านคน-กม. อัตราการบรรทุกผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 76% นอกจากนี้ปริมาณขนส่งพัสดุภัณฑ์ก็เติบโตแข็งแกร่งเช่นกันโดยโต 41.2% yoy และ 23.8% qoq โดยเราคาดว่า yield ของการขนส่งผู้โดยสาร (passenger yield) ในไตรมาส 4 จะเพิ่มขึ้นเป็น 2.7 บาท/RPK ซึ่งรวมแล้วทำให้เราคาดหมายว่า THAI จะมีรายได้จากการขนส่งผู้โดยสารโต 15% yoy เป็น 3.9 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะมีรายได้จากการให้บริการรวมโต 15% yoy เป็น 4.7 หมื่นล้านบาท เราคาดหมายว่าอัตรากำไรจากการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้นเป็น 15.4% จากไตรมาสก่อนอยู่เพียงแค่ 0.2% โดยคาดว่าบริษัทจะมีค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรลดลงจากไตรมาสก่อนเพราะจ่ายโบนัสน้อยกว่าที่ตั้งงบประมาณไว้

ดังนั้นรวมแล้วเราคาดว่า THAI จะมีกำไรปกติงวดไตรมาส 4/52 ที่ 5,240 ล้านบาท (3.08 บาท/หุ้น) ฟื้นตัวแข็งแกร่งมากเมื่อเทียบกับผลขาดทุนปกติในงวดไตรมาส 4/51 ที่ 2,648 ล้านบาท เรายังคาดอีกด้วยว่าบริษัทจะมีการบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนอีก 2,158 ล้านบาท จากค่าเงินยูโรที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับบาท ดังนั้นรวมแล้วคาดว่า THAI จะมีกำไรสุทธิที่ 7,398 ล้านบาท (4.35 บาท/หุ้น) กำไรก้าวกระโดดจากช่วงเดียวกันของปีก่อนขาดทุนสุทธิ 1.47 หมื่นล้านบาท และหากเป็นไปตามคาดการณ์บริษัทฯจะมีกำไรสุทธิปี 2552 ที่ 5,829 ล้านบาท (3.43 บาท/หุ้น) และมีกำไรปกติที่ 3,614 ล้านบาท (2.13 บาท/หุ้น)

ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2553 ขึ้น 22.8% เป็น 5,548 ล้านบาท โต 53%

แนวโน้มผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1 คาดว่าจะยังมีกำไรแข็งแกร่งต่อเนื่องเพราะยังเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยว จากปริมาณขนส่งผู้โดยสาร (RPK) ในปี 52 ที่ 52,593 ล้านคน-กม. ใกล้เคียงกับประมาณการในปี 53 ของเราแล้ว ซึ่งเราเชื่อว่าสภาพเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้นคนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นจะทำให้จำนวนผู้โดยสารในปี 53 เติบโต 10% ดังนั้นเราจึงปรับกำไรจากการดำเนินงานปกติปี 53 ขึ้นเป็น 5,548 ล้านบาท

กำไรไตรมาสแรกจะยังดีต่อเนื่อง ปรับคำแนะนำเป็น ซื้อเก็งกำไร

เรายังคาดอีกด้วยว่า THAI จะสามารถกลับมาจ่ายเงินปันผลได้ที่ 0.55 บาท/หุ้น ณ ราคาหุ้นปัจจุบันคิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทนที่ 3.2% เราประเมินมูลค่าหุ้นโดยวิธีคิดลดกระแสเงินสด ใช้อัตราคิดลดที่ 11% ซึ่งจะได้มูลค่าเหมาะสมเพิ่มขึ้นเป็น 25 บาท ด้วยมุมมองที่เป็นบวกต่อธุรกิจที่คาดว่ากำไรจะดีแข็งแกร่งต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 1/53 และแม้ข่าวการเพิ่มทุนจะกดดันราคาหุ้นอยู่บ้างแต่ก็คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 2 - 3 ดังนั้นเราจึงแนะนำ ซื้อเก็งกำไร สำหรับ THAI

  • TPIPL <7.75 บาท : ถือ> กำไรสุทธิไตรมาสสี่สูงถึง 2,866 ล้านบาท จากรายการซื้อหนี้คืน 2,483 ล้านบาท ในขณะที่กำไรปกติยังน่าผิดหวังเท่ากับ 344 ล้านบาท
ไตรมาส 4/52 มีกำไรปกติ 344 ล้านบาท (+10%qoq, +107%yoy)

บมจ. ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/52 มีกำไรสุทธิที่สูงถึง 2,866 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 1.44 บาท) เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 443% และ ดีขึ้นจากปีก่อนที่ขาดทุน 92 ล้านบาท ถ้าหากตัดรายการพิเศษ คือ กำไรจากการซื้อหนีคืน จำนวน 2,483 ล้านบาท กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 44 ล้านบาท TPIPL จะมีกำไรปกติที่ยังอยู่ในระดับน่าผิดหวังเท่ากับ 344 ล้านบาท (+10%qoq, +107%yoy) โดยยอดขายของ TPIPL ในไตรมาสนี้ปรับลดลงเหลือ 5,200 ล้านบาท (-4%qoq, -4%yoy) แม้ว่าความต้องการปูนซีเมนต์ และ ราคาปิโตรเคมี ในไตรมาสสี่จะปรับตัวเพิ่มขึ้น ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยเป็น 22.3% จาก 21.2% ในไตรมาสก่อน และ 20.6% ในปีก่อน

การไต่สวนเพื่อสืบหาทรัพย์บังคับคดี นัดอีกที่ 22 ก.พ. 2553

การบังคับคดีจ่ายเงินค่าปรับ 6,900 ล้านบาท อยู่ในกระบวนการศาลชั้นต้น เกี่ยวกับการไต่สวนเพื่อสืบหาทรัพย์สินการบังคับคดีนี้ ขณะนี้ยังต้องรออัยการโจทก์ ไต่สวนสืบหาทรัพย์ของบริษัท สเติร์น สจ๊วต (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) จำเลยคดีเดียวกันนี้ ซึ่งศาลสั่งปรับเงิน 6,900.3 ล้านบาทเช่นเดียวกัน โดยศาลชั้นต้น นัดพร้อมคู่ความและไต่สวนสืบหาทรัพย์สิน บมจ.สเติร์นในวันที่ 22 ก.พ.53 เวลา 09.00 น.

ฐานะการเงินดีขึ้นมาก หลังประสบความสำเร็จในการปรับโครงสร้างหนี้

จากข้อมูลในงบการเงิน ปี 2551 TPIPL มีหนี้ภายใต้สัญญาปรับโครงสร้างหนี้ 6,342 ล้านบาท หนี้ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล 3,807 ล้านบาท และ ดอกเบี้ยค้างจ่ายภายใต้สัญญาปรับโครงสร้างหนี้ 2,049 ล้านบาท หนี้เงินกู้เบิกเกินบัญชี 560 ล้านบาท รวมเป็นหนี้สินรวม 12,758 ล้านบาท (ไม่รวมหนีค่าปรับ 6,900 ล้านบาท) แต่จากการประสบความสำเร็จในการปรับโครงสร้างหนี้ ทำให้ภาระหนี้ ณ สิ้นปี 2552 ลดลงเหลือเพียง 5,443 ล้านบาท (ไม่รวมหนี้ค่าปรับ 6,900 ล้านบาท) และ มีกำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้ ปี 2552 เท่ากับ 3,117 ล้านบาท

ยังมีความเสี่ยงสูงเรื่องการบังคับคดี

แนวโน้มผลประกอบการปี 2553 ประเมินว่าจะดีขึ้น ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและมาตรกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ทำให้ราคาหุ้นปัจจุบันที่ 7.75 บาท ซื้อขาย P/E ปี 2553 เท่ากับ 8.1 เท่า ต่ำกว่าหุ้นอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ด้วยกัน เราประเมินราคาเหมาะสมเท่ากับ 9.5 บาท บนฐาน P/E ปี 2553 เท่ากับ 10 เท่า ในขณะที่มูลค่าบัญชีต่อหุ้น (หลังจากหักการตีค่าสินทรัพย์เพิ่ม) เท่ากับ 11.86 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันแม้ว่าจะต่ำกว่าราคาเหมาะสม แต่ มีความเสี่ยงสูงเรื่องการบังคับคดียึดทรัพย์ ดังนั้น เรามีมุมมองในลักษณะเป็นกลาง คือ แนะนำ ถือ

  • UVAN <79.50 บาท : ถือ> ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 52 ลง 10% เป็น 567 ล้านบาท
อัตรากำไรขั้นต้นไตรมาส 4/52 หดเหลือ 12.2% เหตุมีการแข่งขันรับซื้อผลปาล์มสูง

เราคาดหมายว่า UVAN จะประกาศงวดไตรมาส 4/52มีกำไรสุทธิที่ 74 ล้านบาท (0.79 บาท/หุ้น) โต 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (yoy) โดยคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะลดลงเล็กน้อยเป็น 12.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 13.5% เนื่องจากราคาผลปาล์มเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้น 35% yoy ขณะที่ราคาตลาดน้ำมันปาล์มดิบในงวดเฉลี่ยเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่ 30% yoy ดังนั้นรวมแล้วจะมีกำไรสุทธิประจำปี 2552 ที่ 567 ล้านบาท (6.03 บาท/หุ้น) ลดลง 61% จากปีก่อน โดยเราคาดการณ์รายได้จากการขายจะลดลง 41% จากปี 2551 เป็น 4,037 ล้านบาท จากปริมาณผลผลิตปาล์มในประเทศที่ลดลง 11% และราคาตลาดน้ำมันปาล์มดิบเฉลี่ยลดลง 16% แม้ว่าบริษัทจะมีรายได้จากการขายเมล็ดและพันธุ์ปาล์มและรายได้จากการขายไฟซึ่งเติบโตกว่าเท่าตัวเข้ามาช่วยเสริม เรายังคาดหมายว่าอัตรากำไรขั้นต้นในปี 52 จะลดลง 20% จากปีก่อนอยู่ที่ 26%

คาดกำไรปี 53 โต 20% จากผลผลิตปาล์มที่เพิ่มขึ้น และรายได้จากโรงไบโอก๊าซ

กระทรวงเกษตรฯ พยากรณ์ ณ ธ.ค. 52 ว่าปริมาณผลผลิตปาล์มทะลายปี 2553 จะอยู่ที่ 10.28 ล้านตัน ซึ่งเพิ่มขึ้น 23% จากปี 52 ซึ่งหากอ้างอิงอัตราการสกัดที่ 17% จะได้ประมาณการน้ำมันปาล์มดิบที่ผลิตได้ 1.75 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้น 30% จากปี 52 อย่างไรก็ดีปริมาณน้ำฝนในปีนี้มีผลมากต่ออัตราการสกัดน้ำมันจากผลปาล์ม ดังนั้นเราจึงใช้สมมติฐานอย่างอนุรักษ์นิยมให้ปริมาณการขาย CPO โต 5% จากปี 52 และคาดว่าราคาขาย CPO จะลดลงราว 3% อีกทั้งคาดว่ารายได้จากการขายไฟจะเพิ่มขึ้นหลังจากติดตั้งเครื่องยนต์ผลิตไบโอก๊าซ 2 ตัวใน Q3 - Q4 ปี 52 และจะเริ่มรับรู้รายได้จากคาร์บอนเครดิต ดังนั้นจะได้ประมาณการรายได้ปี 2553 ที่ 4,173 ล้านบาท คาดอัตรากำไรขั้นต้นที่ 22% จะได้ประมาณการกำไรสุทธิปี 2553 ปรับลดลงเป็น 680 ล้านบาท (7.23 บาท/หุ้น) โต 20% จากปี 52

คาดจ่ายปันผลอีก 2.50 บาท ปรับคำแนะนำเป็น ถือ ให้ราคาเหมาะสม 79.50 บาท

เรายังคาดอีกด้วยว่า UVAN จะประกาศจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายอีก 2.50 บาท ซึ่งจ่ายงวดครึ่งปีแรกไปแล้ว 2 บาท รวมทั้งปีเป็น 4.50 บาท ซึ่งคิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทนที่ 5.7% ณ ราคาหุ้นปัจจุบัน เราประเมินมูลค่าหุ้นใหม่โดยอิง PER ปี 53 ที่ 11 เท่าจะได้มูลค่าเหมาะสมที่ 79.50 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายเท่ากับราคาเหมาะสมของเราแล้ว ดังนั้นเราจึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ สำหรับ UVAN

สรุปคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 4/52 กลุ่มธนาคารและบริษัททั่วไป

สรุปผลคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 4/52

หุ้น

กำไรที่คาดไว้(ล้านบาท)

กำไรที่ประกาศ (ล้านบาท)

 

กำไร

 

คำแนะนำ

 

4Q09E

qoq

yoy

4Q09

3Q09

4Q08

07

08

09E

 

กลุ่มธุรกิจการเกษตร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

CPF*

2,236

(39%)

612%

-

3,636

314

1,007

3,046

9,806

ซื้อ

UVAN

74

48%

19%

-

141

62

505

1,445

567

ถือ

กลุ่มธนาคาร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

BAY

2,060

(5%)

144%

1,705

2,172

844

(3,992)

4,896

6,657

ซื้อเมื่ออ่อนตัว

BBL

4,945

(2%)

(6%)

5,967

5,069

5,268

19,218

20,243

20,764

ซื้อ

KBANK

3,877

4%

39%

3,668

3,720

2,790

15,005

15,333

14,892

ซื้อ

KTB

2,551

(40%)

9%

2,548

4,250

2,332

6,407

12,272

12,020

ซื้อเก็งกำไร

SCB

4,907

(6%)

23%

4,780

5,198

3,983

17,356

21,414

20,760

ซื้อเมื่ออ่อนตัว

กลุ่มวัสดุก่อสร้าง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

BSBM

65

306%

n.a.

-

16

(213)

161

124

107

ซื้อ

DCC

232

(3%)

76%

232

240

132

578

664

996

ซื้อ

SCC

5,600

(20%)

n.a.

5,332

6,988

(3,480)

30,352

16,771

24,346

ซื้อ

SSI

780

(41%)

n.a.

1,151

1,313

(5,481)

837

(5,166)

1,272

ซื้อ

TSTH (3Q10F)

75

(68%)

n.a.

-

238

(2,266)

2,701

81

496

ซื้อเมื่ออ่อนตัว

กลุ่มสื่อสาร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

AIT

88

47%

83%

-

60

48

94

211

297

ซื้อ

DTAC*

1,952

19%

59%

-

1,636

1,224

5,859

7,568

6,444

ทยอยสะสม

SAMART

122

(12%)

n.a.

-

139

(61)

574

262

427

ซื้อ

กลุ่มพลังงาน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

PTTAR

1,608

(6%)

n.a.

-

1,708

(10,654)

18,018

(8,465)

9,272

ซื้อเก็งกำไร

PTTEP

6,018

14%

(11%)

-

5,259

6,789

28,455

41,675

23,519

ซื้อ

TOP

1,820

(8%)

n.a.

-

1,978

(8,394)

19,118

224

12,270

ซื้อเมื่ออ่อนตัว

กลุ่มสื่อและสิ่งพิมพ์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

MAJOR*

138

100%

106%

-

69

67

597

496

304

ทยอยสะสม

MCOT

360

3%

19%

-

349

302

1,111

1,228

1,349

ซื้อเก็งกำไร

กลุ่มอิเล็คโทรนิคส์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

CCET*

423

(3%)

(5%)

-

434

443

2,970

2,242

1,594

เปลี่ยนตัวเล่น

KCE*

127

19%

n.a.

-

107

(187)

208

(186)

55

ซื้อ

SMT

80

8%

129%

-

74

35

98

201

268

ทยอยสะสม

กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

TVO*

283

(34%)

n.a.

-

431

(288)

1,283

1,327

913

ซื้อลงทุน

กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

AP

587

73%

9%

-

339

538

899

1,638

1,758

ซื้อเมื่ออ่อนตัว

LPN

254

(36%)

10%

-

399

231

928

1,205

1,423

ซื้อเมื่ออ่อนตัว

MK

125

(7%)

(7%)

-

135

135

332

404

536

ซื้อเมื่ออ่อนตัว

PS

1,670

157%

91%

-

651

875

1,302

2,373

3,648

ซื้อเก็งกำไร

SPALI

615

5%

186%

-

587

215

816

1,069

2,430

ซื้อ

กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

AOT*

822

n.a.

24%

-

(649)

661

(1,716)

4,642

949

ซื้อลงทุน

BECL

375

(22%)

(24%)

-

482

495

1,407

1,444

1,738

ถือ

PSL

541

(23%)

(56%)

-

703

1,227

4,156

4,939

3,172

ซื้อลงทุน

THAI*

5,240

n.a.

n.a.

-

(1,247)

(2,648)

4,134

(8,566)

3,615

ซื้อเก็งกำไร

*กำไรปกติ

NVDR Trading Data by Stock

Top 20 Net BUY (28/01/10)

 

Value (Btmn)

 

Buy

Sell

Total

Net

PTTCH

435.89

174.65

610.54

261.24

KBANK

229.34

86.76

316.10

142.58

BBL

228.36

154.48

382.84

73.87

TMB

44.82

4.28

49.11

40.54

TOP

44.43

6.64

51.07

37.80

QH

45.69

8.21

53.90

37.47

TCAP

32.16

1.43

33.60

30.73

KTB

49.23

19.27

68.50

29.96

TISCO

24.62

1.25

25.87

23.37

PTTEP

33.67

11.83

45.49

21.84

IRPC

33.09

12.47

45.56

20.62

STA

16.93

0.25

17.18

16.68

TICON

13.48

0.04

13.52

13.45

BECL

13.53

0.81

14.34

12.72

PTTAR

30.02

18.13

48.15

11.89

CPALL

17.08

5.58

22.65

11.50

TUF

22.47

11.19

33.66

11.28

ROBINS

7.13

-

7.13

7.13

MAJOR

7.67

0.86

8.52

6.81

KYE

6.42

0.23

6.65

6.19

Top 20 Net SELL (28/01/10)

 

Value (Btmn)

 

Buy

Sell

Total

Net

BANPU

471.35

673.90

1,145.25

-202.55

BAY

11.60

60.58

72.18

-48.99

CPF

25.52

72.15

97.67

-46.63

DTAC

17.49

62.58

80.07

-45.08

BEC

2.78

23.89

26.67

-21.10

TTA

10.96

29.02

39.97

-18.06

BLA

0.11

15.39

15.50

-15.28

LH

14.04

26.88

40.92

-12.85

SCB

36.93

48.96

85.89

-12.03

AMATA

0.94

10.29

11.23

-9.35

TTW

7.55

15.84

23.39

-8.29

SCC

13.05

21.15

34.20

-8.10

TRUE

3.25

9.67

12.92

-6.42

AOT

0.96

6.62

7.59

-5.66

BIGC

2.46

7.95

10.42

-5.49

PTT

45.50

49.10

94.60

-3.60

MBK

-

3.33

3.33

-3.33

SHIN

-

2.92

2.92

-2.92

EGCO

13.48

16.15

29.63

-2.67

AP

0.48

3.15

3.63

-2.66

Top 20 Most Active (28/01/10)

 

Value (Btmn)

 

Buy

Sell

Total

Net

BANPU

471.35

673.90

1,145.25

-202.55

PTTCH

435.89

174.65

610.54

261.24

BBL

228.36

154.48

382.84

73.87

KBANK

229.34

86.76

316.10

142.58

CPF

25.52

72.15

97.67

-46.63

PTT

45.50

49.10

94.60

-3.60

UNIQ

43.19

45.22

88.41

-2.03

SCB

36.93

48.96

85.89

-12.03

DTAC

17.49

62.58

80.07

-45.08

BAY

11.60

60.58

72.18

-48.99

KTB

49.23

19.27

68.50

29.96

SCIB

32.32

30.08

62.40

2.24

QH

45.69

8.21

53.90

37.47

TOP

44.43

6.64

51.07

37.80

TMB

44.82

4.28

49.11

40.54

PTTAR

30.02

18.13

48.15

11.89

IRPC

33.09

12.47

45.56

20.62

PTTEP

33.67

11.83

45.49

21.84

LH

14.04

26.88

40.92

-12.85

TTA

10.96

29.02

39.97

-18.06

คำชี้แจง : ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ของ บมจ. หลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) มี 2 ทีม คือ ฝ่ายวิจัย สำหรับนักลงทุนในประเทศ (KELIVE Research) และ ฝ่ายวิจัยนักลงทุนสถาบันต่างประเทศ (Kim Eng Research) อันมีเหตุผลมาจากลักษณะที่แตกต่างในด้าน ลักษณะผู้ลงทุน วัตถุประสงค์ และ กลยุทธ์ ทำให้คำแนะนำ และ/หรือ ราคาเป้าหมายอาจมีความแตกต่างกัน โดย KELIVE Research มีวัตถุประสงค์ที่จะทำบทวิเคราะห์เพื่อสนับสนุนข้อมูลการลงทุนแก่นักลงทุนในประเทศ ( ท่านสามารถดูรายละเอียดได้จาก http://kelive2.kimeng.co.th )ในขณะที่ Kim Eng Research สำหรับนักลงทุนสถาบันต่างประเทศ ( ท่านสามารถดูรายละเอียดได้จาก www.kimengresearch.com.sg). ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่นักลงทุนจะต้องอ่าน และทำความเข้าใจ สมมติฐาน และ พื้นฐานของคำแนะนำ ของแต่ละงานวิจัย

เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลที่ บมจ. หลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เห็นว่าน่าเชื่อถือประกอบกับทัศนะส่วนตัวของผู้จัดทำ ซึ่งมิได้หมายถึงความถูกต้องหรือสมบูรณ์ของข้อมูลดังกล่าวแต่อย่างใด และเอกสารนี้ได้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการลงทุนเท่านั้น มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะชักชวนหรือชี้นำการซื้อขายหลักทรัพย์ใดโดยเฉพาะหรือเป็นการทั่วไปแต่อย่างใด นักลงทุนพึงใช้ข้อมูลในเอกสารนี้ประกอบกับข้อมูลและความเห็นอื่น ๆ และวิจารณญาณของตนในการตัดสินใจการลงทุนให้เหมาะสมแก่กรณี ทั้งนี้ความเห็นที่แสดงอยู่ในเอกสารนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้จัดทำ บมจ. หลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ตลอดจนผู้บริหารและพนักงานของบริษัทไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องกับความเห็นที่แสดงอยู่ในเอกสารนี้ด้วยแต่อย่างใด