»ค้นหาแบบมีเงื่อนไข
Sign In
 
Thailand | Singapore | Malaysia
     
วิเคราะห์ภาพรวม กระแสข่าว/กลยุทธ์
 

By จอร์จ ฮิบส์/มยุรี โชวิกรานต์ /กิติชาญ ศิริสุขอาชา     
04 Feb 9:11AM : กระแสข่าว/กลยุทธ์ (04/02/53)

Kim Eng Securities (Thailand) Ltd.
 

ประเมินแนวโน้มตลาด/กลยุทธ์การลงทุน/บทวิเคราะห์

ประเมินแนวโน้มตลาด

เมื่อวานนี้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นโดดเด่นถึง 13.58 จุด แต่ปริมาณการซื้อขายยังค่อนข้างเบาบางเพียง 16,064 ล้านบาท เรามองว่าวันนี้ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสที่จะพักตัวลงมาเล็กน้อยแถว 700 จุด ด้วยปริมาณการซื้อขายที่สูงขึ้น โดยเรามองว่าการปรับตัวลดลงเล็กน้อยของตลาดสหรัฐฯ ไม่น่าจะมีผลต่อตลาดหุ้นไทยมากนัก และคาดว่าตลาดหุ้นไทยน่าจะยังปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่อง โดยหุ้นพื้นฐานดีที่เราแนะนำในวันนี้ได้แก่ CPF, KTB และ MCOT     

  • หุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มพลังงาน และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ช่วยผลักดันการฟื้นตัวของตลาด: เรารู้สึกใจชื้นขึ้นมากหลังนักลงทุนสถาบันในประเทศยังคงซื้อสุทธิต่อเนื่องอีก 541 ล้านบาท นอกจากนี้เรายังรู้สึกดีใจที่เห็นนักลงทุนต่างประเทศหันกลับมาซื้อสุทธิหุ้นไทยกว่า 1,157 ล้านบาทวานนี้ โดยหุ้นที่นักลงทุนเน้นเข้าลงทุนวานนี้ได้แก่หุ้นในกลุ่มพลังงาน และธนาคารพาณิชย์อย่าง BANPU, PTTAR, BAY และ TMB ตราบใดที่นักลงทุนยังเน้นเข้าลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ ดัชนีหุ้นไทยก็มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อได้
  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวไปคนละทิศคนละทาง: เมื่อคืนที่ผ่านมาดัชนี Dow Jones ปรับตัวลง 26.30 จุด หรือ 0.26% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปรับตัวลง 0.55% ในทางตรงกันข้ามดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้น 0.04% สาเหตุที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวไปคนละทิศคนละทาง เนื่องจากนักลงทุนต้องใช้เวลาในการประเมินผลกระทบโดยรวมเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจ, ราคาสินค้าโภคภัณฑ์, ค่าเงิน US dollar, ผลตอบแทนจากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และข่าวเรื่องผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน นอกจากนี้ตลาดยังต้องใช้เวลาในการประเมินผลกระทบจากแนวโน้มที่รัฐบาลสหรัฐฯ อาจต้องใช้มาตรการขาดดุลการคลังจำนวนมากในปีงบประมาณหน้า รวมถึงนโยบายสร้างงานของประธานาธิบดี Obama เมื่อคืนที่ผ่านมา CISO รายงานผลประกอบการออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด
  • ค่าเงิน US dollar แข็งค่าขึ้นตอบรับตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาดีกว่าคาด: เมื่อคืนที่ผ่านมาค่าเงิน US dollar เทียบยูโร, ปอนด์ และเยน แข็งค่าขึ้นตอบรับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาด รวมถึงความกังวลต่อปัญหาเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศยูโรโซน โดยค่าเงิน US dollar ที่แข็งค่าขึ้นทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ส่วนใหญ่ปรับตัวลง โดยราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าปรับตัวลง 0.18 เหรียญสหรัฐฯ เป็น 76.80 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาทองคำล่วงหน้าปรับตัวลง 5.60 เหรียญสหรัฐฯ เป็น 1,112.40 เหรียญสหรัฐฯ ต่อออนซ์

แนวการลงทุน:

เราคงสัดส่วนการถือครองหุ้นที่ระดับ 70%

สัดส่วนลงทุน:

  • หุ้น = 70%
  • เงินสด = 30%

หุ้นแนะนำ

กลุ่มพลังงาน : PTT, PTTEP, BANPU, PTTAR, IRPC

กลุ่มธนาคารพาณิชย์ : BBL, KBANK, TCAP, KTB

กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ : SPALI, AP, LPN, QH

กลุ่มวัสดุก่อสร้าง : SCC, TASCO, DCC, SSI

กลุ่มสื่อสาร : ADVANC, DTAC

กลุ่มอิเล็คโทรนิคส์ : HANA

กลุ่มเดินเรือ : TTA

กลุ่มอื่นๆ : CPF, TPC, TVO, AIT, MAJOR    

กลยุทธ์หุ้น

CPF: คาดกำไร 4/52 แข็งแกร่ง บวกน่าเก็งกำไรตามราคาหมู-ไก่ที่เพิ่มขึ้นในช่วงตรุษจีน

 

 

 

 

จากทิศทางราคาหมู-ไก่ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีน คาดส่งผลบวกต่อทิศทางราคาหุ้นในช่วงสั้น ในขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 4/52 คาดจะยังคงแข็งแกร่ง ที่ 2.2 พันลบ. เพิ่มขึ้นจาก 305 ลบ. ในไตรมาส 4/51 จากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มมาที่ 17.1% จากต้นทุนวัตถุดิบที่ต่ำลงขณะที่ราคาไก่เนื้อและหมูปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนั้นธุรกิจอาหารก็มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจไก่ที่ตุรกีฟื้นจากขาดทุนเป็นกำไร อีกทั้งส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมก็คาดว่าจะพลิกจากขาดทุนมาเป็นกำไร นอกจากนั้นกำไรในช่วงครี่งแรกปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวอย่างแข็งแกร่งมีสาเหตุมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ยังต่ำ ประกอบกับราคาเนื้อสัตว์ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างสูง เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ CPF โดยให้ราคาเหมาะสมที่ 14.80 บาท อิง PER ที่ระดับ 12 เท่า รวมทั้งคาดว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลจากกำไรในครึ่งหลังของปี 52 ที่ 0.50 บาท/หุ้นคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสำหรับช่วงครึ่งปีที่ 4.2%

KTB: แนวโน้มสินเชื่อปี 53 ฟื้นตัวแข็งแกร่ง พร้อมอัตราปันผลในระดับสูง

สินเชื่อฟื้นตัวในปี 53 มีแนวโน้มขยายตัวแข็งแกร่ง จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐจากโครงการ "ไทยเข้มแข็ง" ประกอบกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวในปี 53 โดยเบื้องต้นเราคาดสินเชื่อปี 53 จะขยายตัว 5.5%yoy เทียบกับเป้าหมายอย่างไม่เป็นทางการของธนาคารที่ 7.0% yoy โดยธนาคารจะเน้นกลุ่มสินเชื่อ SMEs มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างที่เกี่ยวกับแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง นอกจากนี้เรามองว่าธนาคาร ยังมีโอกาสการปล่อยสินเชื่อให้แก่ภาครัฐ โดยเฉพาะภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 และเนื่องจาก KTB เป็นธนาคารที่มีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่กว่า 55% และเป็นผู้นำในกลุ่มสินเชื่อภาครัฐ โดยมีสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อภาครัฐสูงที่สุดที่ 13-14% ดังนั้นเราเชื่อว่า KTB จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการ พ.ร.ก. เงินกู้ และสินเชื่อภาครัฐอื่นๆ ประกอบกับแนวโน้มธุรกิจที่ปรับตัวดีขึ้นในปี 53 เราจึงแนะนำ ซื้อเก็งกำไร ด้วยมูลค่าที่เหมาะสม 11.10 บาท/หุ้น อ้างอิงกับ 1.04 เท่าของมูลค่าทางบัญชีปี 53 พร้อมคาดการณ์เงินปันผลปี 52 ไว้ที่ 0.44 บาท/หุ้น (Div. yield 5.10%)

MCOT: คาดกำไรไตรมาส 4/52 เติบโต 19% yoy พร้อมแนวโน้มกำไร

เราประเมินว่ากำไรไตรมาส 4/52 เป็น 360 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% yoy จากการเติบโตของรายได้ทางโทรทัศน์ โดย Nielsen Media Research พบว่าเม็ดเงินโฆษณาของช่อง 9 เติบโตมากที่สุดเมื่อเทียบกับช่องอื่น โดยเพิ่มขึ้น 24.2% yoy และเติบโตมากกว่าอุตฯที่ขยายตัว 11.6% ส่วนแบ่งตลาดของช่อง 9 เพิ่มขึ้นจาก 17.3% ในไตรมาส 4/51 เป็น 19.2% นอกจากนั้นคาดว่า MCOT จะรับรู้รายได้ค่าโฆษณาจาก True Visions ประมาณ 5 ล้านบาทหลังจากที่เริ่มมีโฆษณาตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน ภายใต้สมมติฐานว่า True Visions มีรายได้ค่าโฆษณา 500 ล้านบาท/ปี และ MCOT ได้ค่าโฆษณาในอัตรา 6.5% ในขณะที่กำไรปี 2553 ยังคงมีแนวโน้มขยายตัวแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น 9% เป็น 1,468 ล้านบาท (2.14 บาท/หุ้น) โดยไม่ได้รวมผลตอบแทนเพิ่มเติม 405 ล้านบาทจาก BEC ในการต่อสัญญาสัมปทานช่อง 3 โดยเราประเมินราคาเหมาะสมที่ 28 บาท ด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสด ปัจจุบันหุ้นมี PER 10.7 เท่าซึ่งต่ำสุดในหุ้นกลุ่มสื่อที่เราทำบทวิเคราะห์ นอกจากนั้นยังมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงสุดในกลุ่มคือ 7.6% โดยเราคาดว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลจากกำไรในครึ่งหลังของปี 52 จำนวน 1 บาท/หุ้น (คิดเป็นอัตราผลตอบแทนครึ่งปีที่ 4.3%) แนะนำ ซื้อเก็งกำไร

ปฏิทินเศรษฐกิจ

U.S. economic data this week

 

Releases

Period

Unit

Actual

Est.

Prior

Feb-01

Personal Income

DEC

MoM

0.4%

0.30%

0.40%

 

Personal Spending

DEC

MoM

0.2%

0.30%

0.50%

 

ISM Manufacturing

JAN

Index

58.4

55.5

55.9

 

Construction Spending

DEC

MoM

-1.2%

-0.50%

-0.60%

Feb-02

Pending Home Sales

DEC

MoM

1.0%

1.00%

-16.00%

 

Auto Sales

JAN

mn

3.77

-

4.14

 

Truck Sales

JAN

mn

4.42

-

4.49

Feb-03

Challenger Job Cuts

JAN

YoY

-70.4%

-

-72.90%

 

ADP Employment Change

JAN

,000

-22

-40

-84

 

ISM Non-Manf. Composite

JAN

Index

50.5

51

50.1

 

Crude Inventories

Jan 29

mn

2.32

 

-3.89

Feb-04

Nonfarm Productivity

4Q P

QoQ

 

6.00%

8.10%

 

Unit Labor Costs

4Q P

QoQ

 

-2.50%

-2.50%

 

Initial Jobless Claims

Jan-31

,000

 

455

470

 

Continuing Claims

Jan-24

,000

 

4577

4602

 

Factory Orders

DEC

MoM

 

0.50%

1.10%

Feb-05

Change in Nonfarm Payrolls

JAN

,000

 

13

-85

 

Unemployment Rate

JAN

%

 

10.00%

10.00%

 

Average Hourly Earnings

JAN

MoM

 

0.20%

0.20%

 

Average Weekly Hours

JAN

hours

 

33.2

33.2

 

Consumer Credit

DEC

bn

 

-$9.5

-$17.5

Source: Bloomberg.com

สรุปข่าว

กรณ์ ส่งสัญญาณขึ้นดบ.ปลายปี แบงก์ชาติยันไม่ห่วงเงินเฟ้อพุ่ง (กรุงเทพธุรกิจ 4/2/53): กรณ์ ส่งสัญญาณดอกเบี้ยปรับขึ้นปลายปี หากเศรษฐกิจเติบโตตามที่คาดไว้ แบงก์ชาติยันไม่ห่วงเงินเฟ้อเดือนม.ค.ปรับขึ้น 4.1% มั่นใจยังอยู่ในกรอบ กนง.ระบุขยับขึ้นแค่ชั่วคราว "ธาริษา" แจงเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวต่อเนื่อง รับเศรษฐกิจกลุ่มจี3 มีปัญหายุ่งยากที่ต้องแก้ไขอยู่

ก.ล.ต.สั่งโบรกเพิ่มเงินกองทุนส่วนเพิ่มอีก 7% (กรุงเทพธุรกิจ 4/2/53): สำนังาน ก.ล.ต. ให้ บล. ดำรงเงินกองทุนส่วนเพิ่มอีก 7% ของหนี้สินอนุพันธ์ทางการเงิน และปรับปรุงค่าความเสี่ยงของหลักทรัพย์ที่มีความผิดปกติของราคา ได้แก่ หุ้นที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนดให้สมาชิกต้องให้ลูกค้าวางเงินสดไว้ล่วงหน้าเต็มจำนวน ก่อนจะซื้อ ให้มีค่าความเสี่ยง 1.5 เท่าของอัตราปกติ หากเข้าเกณฑ์การกระจุกตัวให้คำนวณในอัตรา 2 เท่าของอัตราปกติ โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.2553

บิ๊กสคิบเล็งปรับแผนรับผู้ลงทุนรายใหม่จับตาราคาหุ้นวูบวาบขอพักซื้อ-ขาย (ASTVผู้จัดการรายวัน 4/2/53): บิ๊กนครหลวงไทยจับตาราคาหุ้น ระบุหากผันผวนหนักหลังกระแสข่าว TCAP ชนะประมูลซื้อหุ้น อาจขอพักซื้อขายหุ้น ยันขณะนี้ยังดำเนินนโยบายตามปกติ แต่ก็พร้อมจะมีการเปลี่ยนแปลงตามผู้ถือหุ้นใหม่ที่เข้ามา พร้อมแจ้งพนักงานให้ทราบแล้ว ล่าสุดรุกขยายฐานรายย่อยเสนอเงินฝากออมทรัพย์บุฟเฟต์ รับดอกเบี้ยพิเศษเพิ่มอีก 0.25%

TCAPรุ่งหลังซื้อSCIB รับรู้กำไรปีละ2พันล. (ข่าวหุ้น 4/2/53): TCAP อนาคตรุ่ง พร้อมรับรู้กำไรจากการเข้ามาถือหุ้นใน SCIB ปีละ 2 พันล้านบาทปีนี้ประเดิมรับรู้ก่อน 1 พันล้านบาทในช่วงครึ่งปีหลัง สินทรัพย์แตะ 7.9 แสนล้านบาท เป็นแบงก์ใหญ่อันดับ 5 งานนี้ได้ทั้ง Synergy และการประหยัดต่อขนาด แถมได้สาขาเพิ่มอีก 420 แห่งทั่วประเทศ ด้าน"ชัยวัฒน์" รับอาจเปลี่ยนโครงสร้างนโยบาย-แผนธุรกิจ หลังได้ผู้ถือหุ้นรายใหม่

ปตท.รุกธุรกิจถ่านหินตปท.เต็มสูบ 4 แบงก์ร่วมหนุนทุน 1.25 หมื่นล้าน (ASTVผู้จัดการรายวัน 4/2/53): ปตท.รุกธุรกิจถ่านหินในต่างประเทศ ผ่าน Straits Asia Resources Limited ขณะ 4 แบงก์พาณิชย์ร่วมปล่อยกู้ 12,500 ล้านบาท หนุนกำลังผลิตเพิ่มเป็น 11-12 ล้านตัน เพื่อส่งขายในญี่ปุ่น ฮ่องกง และจีน ประเมินรายได้อยู่ที่ 500-600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หวังกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสการเติบโตกลุ่มในระยะยาว

MCOT ลุ้นกินเปล่า BEC 400 ล. ปักธงรายได้รวมปีนี้โต 10% (ทันหุ้น 4/2/53): MCOT รอรับเงินตอบแทนค่าสัมปทาน จาก BEC เพิ่ม 400 ล้านบาท เล็งบุ๊กเข้า Q1/2553 ผู้บริหาร "ธนวัฒน์ วันสม" ใส่เกียร์เดินหน้ารุกธุรกิจนิวมีเดีย วาดฝันเก็บทรัพย์พุ่งพรวด 500 ล้านาท จากปีก่อนมี 100 ล้านบาท หลังเปิดตัว MCOT.NET 3x3 เรียกน้ำย่อย พร้อมทุ่ม 500 ล้านบาท จ่อเปิดทีวีดาวเทียม และทีวีโมบายอีก 15 ช่อง ดันรายได้ปีเสือทะยาน 10% จากปีก่อน

TTCL บุกงานตปท.ดันมาร์จิ้นดักกำไรโต 34% ปันผล 48 สต. (ทันหุ้น 4/2/53): ผู้บริหาร TTCL "สุวิทย์ มโนมัยยานนท์" เร่งบุกงานยุโรปตะวันออกหลังปัญหาในประเทศรุมกดดันทั้งมาบตาพุดและการเมือง นอกจากนี้มาร์จิ้นยังมากกว่าโดยอยู่ที่ 10% ขณะที่งานในประเทศอยู่เพียง 8% ระยะยาวหวังเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเป็น 50% จากปัจจุบันที่อยู่ 10% ส่วนรายได้ปี 2553 คาดรายได้โตเพิ่ม 10%

เอเซีย พลัส รุกอนุพันธ์ เตรียมออก DW ในปีนี้ (ทันหุ้น 4/2/53): บล.เอเชีย พลัส เดินหน้ารักษาฐานลูกค้า และเตรียมขยายฐานสู่ลูกค้าใหม่ หลังตั้งฝ่ายตราสารอนุพันธ์ขึ้นมาอย่างเป็นทางการ เพื่อรุกธุรกิจด้านอนุพันธ์นอกตลาดนอกจากนี้บริษัทยังมีแผนออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ ในปีนี้เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุนให้แก่ลูกค้าอีกด้วย

CPALLปีนี้แสนล้าน ดึง3แบงก์ปล่อยกู้แฟรนไชซี่-3ปีสาขาเพิ่ม7,000แห่ง (ข่าวหุ้น 4/2/53): CPALL ปีนี้ยอดขายกว่าแสนล้านบาทเติบโต 10-15% จากปีก่อนที่ประมาณ 9 หมื่นล้านบาทจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ปีนี้ทุ่มงบ 4 พันล้านบาท เล็งผุดเพิ่ม 400-500 สาขาเป้าปี 56 ครบ 7 พันสาขา ล่าสุดดึง 3 แบงก์ใหญ่ กสิกรไทย-ไทยพาณิชย์-นครหลวงไทยขยายสัดส่วนแฟรนไชซี่เป็น 50% ในปีนี้

โรมมิ่ง3จีกลายเป็นหนังม้วนยาว กทช.มึนเรียกTOT-AISสรุปนิยาม (ข่าวหุ้น 4/2/53): นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอรืดมีมติให้เรียก บริษัท ทีโอที และ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส หรือเอไอเอส มาทำความเข้าใจและตีความหมายของการโรมมิ่งว่าครอบคลุมถึงอะไรบ้างในวันที่ 5 ก.พ.นี้ เพื่อสรุปรายละเอียดให้ กทช. ตัดสินอีกครั้งในการประชุมบอร์ดนัดพิเศษวันที่ 8 ก.พ

คมนาคมเสนอทำรถไฟรางคู่1.13หมื่นล้าน (ข่าวหุ้น 4/2/53): คมนาคม จ่อเพิ่มโครงการทำทางคู่ ฉะเชิงเทรา-แก่งคอย-คลองสิบเก้า 1.13 หมื่นล.เข้าแผนใช้เงิน 1.53 แสนล. สศช.ระบุ จะได้เป็นแพ็คเกจใหญ่ ทำงานสะดวก คาดเดือนนี้ได้เสนอ ครม.ขอขยายกรอบวงเงิน

บทวิเคราะห์
  • PSL (19.10 บาท : ซื้อเมื่ออ่อนตัว) กำไรปกติปี 52 ที่ 2,253 ล้านบาท ลดลง 54% ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย
กำไรปี 52 ลดลงสาเหตุหลักมาจากการลดขนาดกองเรือ

PSL รายงานกำไรปกติปี 52 ที่ 2,253 ล้านบาท (2.17 บาท/หุ้น) ลดลง 38% จากปีก่อน บริษัทมีกำไรจากการขายเรือที่ส่งมอบแล้วจำนวน 20 ลำเป็นมูลค่า 760 ล้านบาท และรายการกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 44 ล้านบาท และค่าเผื่อหนี้สูญอีก 10 ล้านบาท รวมแล้วมีกำไรจากรายการพิเศษ 794 ล้านบาท ซึ่งหากรวมรายการพิเศษเหล่านี้จะมีกำไรสุทธิที่ 3,047 ล้านบาท ลดลง 38% สาเหตุที่กำไรลดลงเนื่องจากสภาพธุรกิจเดินเรือที่ซบเซากดดันอัตราค่าระวางตลาดแม้ว่าบริษัทจะมีการทำสัญญาเช่า ระยะยาวแล้วแต่การต่อสัญญาใหม่ทำให้ค่าระวางลดต่ำลงเป็น 13,459 เหรียญ/วัน ลดลง 18% จากปีก่อน และยังกดดันให้ต้องมีการขายเรือเก่าอายุเกิน 25 ปี ออกมาจำนวนมากถึง 20 ลำ ทำให้จำนวนวันเดินเรือลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการเดินเรือ (Owner Expense) กลับเพิ่มขึ้นราว 5% เป็น 5,040 เหรียญ/วัน จากค่าใช้จ่ายลูกเรือและค่าประกันภัยเรือที่เพิ่มขึ้น ซึ่งหากพิจารณาเฉพาะงวดไตรมาส 4 จะเห็นว่ากำไรต่ำกว่าคาดการณ์โดยมีกำไรปกติที่ 254 ล้านบาท (0.24 บาท/หุ้น) ลดลง 46% qoq และมีกำไรจากรายการพิเศษจำนวน 162 ล้านบาท รวมแล้วมีกำไรสุทธิที่ 417 ล้านบาท (0.40 บาท/หุ้น) ลดลง 41% qoq สาเหตุที่กำไรลดลงหลัก ๆ มาจากจำนวนวันเดินเรือที่ลดลงเพราะมีการขายเรือช่วงปลายไตรมาส 3 - ไตรมาส 4 อยู่ 4ลำ

ปรับลดกำไรปกติปี 53 ลง 7.6% จากการขายเรือเก่าเกิดขึ้นเร็วกว่าที่เราคาดไว้และยังไม่มีการซื้อเรือมือสองจำนวนมากเข้ามาชดเชย

แม้เราจะมีมุมมองเป็นบวกต่อเศรษฐกิจโลกในปีนี้และคาดว่าค่าระวางตลาดจะปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่บริษัทได้ทำสัญญาปล่อยเช่าเรือไปแล้วที่ค่าระวางเฉลี่ยลดลงที่ 11,831 เหรียญ/วัน ดังนั้นเราจึงคาดว่าค่าระวางเฉลี่ยปี 2553 จะลดลง 10% เป็น 12,113 เหรียญ/วัน เราได้ปรับลดจำนวนวันเดินเรือลงอีกเพราะบริษัทขายเรือเร็วกว่าที่เราคาดไว้ โดยเราคาดหมายว่าจะขายเรือเก่า 5 ลำ ซึ่งบริษัทได้ประกาศขายเรือออกมาแล้ว 3 ลำ ดังนั้นเราจึงปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 53 ลง 7.6% เป็น 1,049 ล้านบาท (1.01 บาท/หุ้น) ลดลง 53%

ปรับลดคำแนะนำเป็น ซื้อเมื่ออ่อนตัว upside และ dividend yield ลดลง

PSL ประกาศจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายอีก 0.60 บาท มากกว่าที่เราคาดไว้ จะขึ้น XD วันที่ 12 ก.พ. ซึ่งรวมแล้วเป็นเงินปันผลจ่ายทั้งปีที่ 1.8 บาท คิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทนที่ 9.4% เราประเมินมูลค่าหุ้นโดยใช้วิธีคิดลดกระแสเงินสด (DCF) ปรับมูลค่าเหมาะสมลงเป็น 20.90 บาท เราคาดว่าบริษัทจะมีอัตราการจ่ายเงินปันผลในปี 53 ลดลงมาเท่ากับขั้นต่ำตามนโยบาย (30%) เพราะเริ่มมีฐานะการเงินเป็นหนี้สินสุทธิ และมีอัตราส่วน Net D/E ที่ 0.05 เท่า ซึ่งเราคาดว่าอัตราเงินปันผลตอบแทนในปี 53 จะลดลงเหลือเพียง 1.8% ราคาหุ้นปัจจุบันมีส่วนต่างจากราคาเหมาะสมเพียง 9% ดังนั้นเราจึงแนะนำ ซื้อเมื่ออ่อนตัว สำหรับ PSL

  • STEC (5.35 บาท : ซื้อเมื่ออ่อนตัว) คาดกำไรยังคงแข็งแกร่งในไตรมาส 4/52 แต่จะชะลอตัวในครึ่งปีแรก
แม้รายได้จะลดลง แต่คาดกำไรไตรมาส 4/52 จะเพิ่มขึ้น 2% qoq

แม้ว่ารายได้จากการก่อสร้างจะลดลง แต่เราคาดว่ากำไรไตรมาส 4/52 จะเพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาสก่อนเป็น 78 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ฟื้นตัวแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม กำไรคาดว่าจะลดลง 5% จากปีก่อน เนื่องจากรายได้ค่าก่อสร้างที่ลดลงมาก โดยรายได้คาดว่าจะลดลง 29% จากปีก่อนและ 22% จากไตรมาสก่อนเป็น 2.62 พันล้านบาท เนื่องจากงานในมือที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 5.38% ในไตรมาส 4/52 จาก 4.18% ในไตรมาสก่อน เนื่องจากบริษัทส่งมอบงานที่มีอัตรากำไรต่ำ เช่น โครงการแอร์พอร์ทลิงค์ และศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะเฟสเก่าไปหมดแล้วในไตรมาสที่ผ่านมา กำไรทั้งปี 2552 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 37% เป็น 245 ล้านบาท เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ฟื้นตัวและดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงจากยอดเงินกู้ที่ลดลง

คาดผลประกอบการครึ่งปีแรกชะลอตัว

เราคาดว่าผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2553 จะชะลอตัว เนื่องจากรายได้ที่ลดลง ถึงแม้จะได้โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง แต่ก็ยังรับรู้รายได้ไม่มากในช่วงครึ่งปีแรกเพราะเป็นช่วงเริ่มต้นของงาน นอกจากนี้ โครงการในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และโครงการระบบประปา นครราชสีมา ก็ถูกชะลอการก่อสร้างเป็นมูลค่ารวมกว่า 1.20 พันล้านบาท เราปรับลดประมาณการรายได้ปีนี้ลงเหลือ 1.207 หมื่นล้านบาท และปรับลดประมาณการกำไรลง 7% เป็น 308 ล้านบาทหรือ 0.26 บาทต่อหุ้น

ตั้งเป้าคว้างานใหม่ 20,000 ล้านบาทในปี 2553

แนวโน้มการได้งานใหม่ของ STEC ยังคงสดใสในปีนี้ จากงบลงทุนของภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนี้ STEC จะเข้าร่วมเสนอราคาโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน มูลค่ารวม 5.226 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะยื่นเสนอราคาในเดือนเม.ย.นี้ ทั้งนี้ STEC ตั้งเป้าจะคว้างานใหม่มูลค่า 20,000 ล้านบาทในปี 2553 โดยมีงานที่รอเซ็นสัญญาในไตรมาส 1/53 ได้แก่ อาคารศาลฎีกา มูลค่า 2.30 พันล้านบาท และระบบท่อส่งน้ำ จันทบุรี มูลค่า 1.20 พันล้านบาท

ปรับลดราคาที่เหมาะสมเป็น 6.50 บาท

จากการปรับลดประมาณการกำไร เราจึงปรับราคาที่เหมาะสมลงเป็น 6.50 บาท คิดจาก PER ปี 2553 ที่ 25.0 เท่า ถึงแม้กำไรไตรมาส 4/52 คาดว่าจะยังคงแข็งแกร่ง แต่แนวโน้มกำไรครึ่งปีแรกที่ชะลอตัวคาดว่าจะกดดันราคาหุ้น เราแนะนำ ซื้อเมื่ออ่อนตัว โดยคาดว่าช่วงเวลาที่กลุ่มรับเหมาก่อสร้างจะกลับมาเก็งกำไรผลการประมูลรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินจะอยู่ในช่วงเดือนเม.ย. ถึง มิ.ย.

  • THCOM (6.85 บาท : ทยอยสะสม) ผลประกอบการยังมีแนวโน้มอ่อนแอในไตรมาส 4/52 ก่อนที่จะเริ่มให้บริการในอินเดียในปีนี้
คงคำแนะนำ ทยอยสะสม

แม้ยังมีแนวโน้มผลการดำเนินงานขาดทุน เรายังคงคำแนะนำ ทยอยสะสม ด้วยการคาดหมายดาวเทียมไอพีสตาร์เริ่มให้บริการในประเทศอินเดียในเดือนหน้า โดยเป็นตลาดใหญ่อันดับ 2 ด้วยการจัดสรร 17.5% ของ bandwidth ทั้งหมด และใหญ่เพียงพอที่จะทำให้บริษัทพลิกมามีกำไรในปีนี้ โดยเราคงประเมินราคาเหมาะสมตามวิธี sum-of-the-parts ที่ 9.85 บาท

คาดการณ์ขาดทุนสุทธิ 146 ล้านบาทในปี 2552

ภาพรวมของ THCOM ค่อนข้างคงที่ในปี 2552 ด้วยธุรกิจไอพีสตาร์ค่อยๆ ขยายตัวโดยมีออสเตรเลียเป็นตลาดหลัก และธุรกิจบริการโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ในลาวและกัมพูชาขยายตัวต่อเนื่องตามอุตสาหกรรม แต่ได้รับผลลบจากการแข็งค่าของเงินบาทและสงครามราคาของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ในกัมพูชาช่วงปลายปี เราคาดว่า THCOM จะรายงานขาดทุนสุทธิ 146 ล้านบาทในปี 2552 หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 419 ล้านบาทและค่าปรับจากการชำระหนี้คืนก่อนกำหนด (Pre-payment fee) แล้วทำให้ประมาณการขาดทุนปกติเป็น 491 ล้านบาท เป็นตัวเลขที่แย่ลงจากขาดทุนปกติ 344 ล้านบาทในปีก่อนหน้าเนื่องมาไม่มีการบวกกลับภาษีดังปีก่อนหน้า (รายการภาษีมีความผันผวนจาก ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี /deferred tax และกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน)

แนวโน้มผลประกอบการอ่อนแอในไตรมาส 4/52 ด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงตามฤดูกาล

ผลการดำเนินงานของ THCOM มีแนวโน้มขาดทุนจากกว่าไอพีสตาร์จะขยายตลาดในอินเดีย แม้ธุรกิจจะขยายตัวดีต่อเนื่องในออสเตรเลียแต่เราคาดว่าผลขาดทุนปกติจะแย่ลงจาก 56 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้าเป็นขาดทุนปกติ 159 ล้านบาทในไตรมาส 4/52 จาก 1) ค่าใช้จ่ายที่สูงตามฤดูกาลในไตรมาสสุดท้ายของปี โดยบางปีมีรายการตั้งสำรองต่างๆ และ 2) ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ในกัมพูชาถูกกดดันชั่วคราวจากสงครามราคา เราประมาณการกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 55 ล้านบาทจากหนี้สกุล US$ และการแข็งค่าของเงินบาทและคาดการณ์ค่าปรับจากการชำระหนี้คืนก่อนกำหนด 74 ล้านบาท ทำให้คาดหมายขาดทุนสุทธิ 175 ล้านบาทในไตรมาส 4/52

อินเดีย: มค-ติดตั้ง gateway เสร็จ, กพ-ทดสอบสัญญาณ, มีค-เริ่มให้บริการ?

การก่อสร้างและติดตั้ง gateway ในอินเดียเสร็จสิ้นแล้ว ณ สิ้นเดือน มค 2553 ขั้นตอนถัดไปคือการทำสอบสัญญาณ หลังจากนั้นคาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ในเดือนหน้า เราคาดว่าผุ้บริหารจะแถลงรายละเอียดความคืบหน้าในการประชุมนักวิเคราะห์ในวันที่ 22 กพ นี้ สำหรับตลาดถัดไปนั้นมีแนวโน้มที่จะมีความคืบหน้าในญี่ปุ่นหลังจากที่มีการเจรจากันตั้งแต่ปีที่แล้ว

การสร้างดาวเทียมใหม่ไทยคม 6 ยังไม่มีข้อสรุป

ด้วยดาวเทียมไทยคม 2 จะหมดอายุการใช้งานในกลางปีนี้เราคาดว่าบริษัทจะย้ายลูกค้าส่วนใหญ่ไปยังดาวเทียมไทยคม 5 ส่วนที่เหลือจะใช้วิธีเช่าจากดวงอื่น สำหรับการสร้างดาวเทียมใหม่นั้นบริษัทยังรอการตัดสินใจของกระทรวงไอซีที อย่างไรก็ดี เราได้ใช้สมมติฐานในเชิงอนุรักษ์นิยมโดยรวมความเป็นไปได้ที่บริษัทจะสร้างดาวเทียมใหม่ไทยคม 6 ด้วยการจับมือกับพันธมิตร และมีงบลงทุนในส่วนของ THCOM 150 ล้านบาท US$

  • TUF (34.00 บาท : ซื้อ) คาดกำไรไตรมาส 4/52 เติบโตถึง 132% yoy
อัตรากำไรขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ

แม้คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 4/52 ของ TUF จะชะลอตัวลงจากไตรมาส 3/52 เนื่องจากเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่น แต่กำไรสุทธิจะเติบโตถึง 132% yoy เป็น 712 ล้านบาท หากไม่รวมรายการพิเศษ คือ ค่าใช้จ่ายในการหยุดดำเนินงานโรงงานที่หมู่เกาะอเมริกันซามัวร์และค่าใช้จ่ายในการเริ่มผลิตที่โรงงานใหม่ที่ จอร์เจีย สหรัฐฯ รวมประมาณ 170 ล้านบาท (5.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) อีกทั้งการตั้งสำรองค่าความนิยมสำหรับบริษัทย่อยในสหรัฐฯ เราคาดว่า TUF จะมีกำไรปกติสูงถึง 983 ล้านบาทเติบโต 164% yoy โดยอัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มจะสูงขึ้นจาก 11.7% ในไตรมาส 4/51 มาที่ 15.9% จากการที่วัตถุดิบราคาปลาทูน่าปรับตัวลดลง 22% yoy จาก 1,173 เหรียญ/ตัน มาเป็น 915 เหรียญ/ตัน ขณะที่ราคาขายสินค้าบางส่วนไม่ได้ปรับลงตาม

คาดยอดขายลดลง 7% yoy

ยอดขายในไตรมาส 4/52 คาดว่าจะลดลง 7% yoy เป็น 17,210 ล้านบาท มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่เงินบาทแข็งค่าขึ้น 4.3% yoy จาก 34.86 บาท/ดอลลาร์ในไตรมาส 4/51 มาที่ 33.35 บาท/ดอลลาร์ ประกอบกับยอดขายในรูปดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลง 2.3% เป็น 516 ล้านเหรียญเนื่องจากสินค้าส่วนหนึ่งเป็นสินค้า OEM ซึ่งมีการตั้งราคาแบบ Cost plus ทำให้ยอดขายลดลงตามราคาวัตถุดิบปลาทูน่า

ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสะท้อนการเติบโต

เรามีการปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2552 และ 2553 ขึ้น 6% และ 1% ตามลำดับเพื่อสะท้อนแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรของบริษัท โดยเราประเมินว่ากำไรสุทธิปี 2552 จะเติบโต 52% เป็น 3,338 ล้านบาท (3.78 บาท/หุ้น) ซึ่งนับว่าสูงเป็นประวัติการณ์ และหากไม่รวมรายการพิเศษซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายในการปิดโรงงานที่ซามัวร์ (16.8 ล้านเหรียญฯ หรือ 568 ล้านบาท) กำไรปกติของ TUF จะเพิ่มขึ้น 62% เป็น 3,675 ล้านบาท (4.16 บาท/หุ้น) อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มจาก 12.7% ในปี 2551 มาเป็น 15.1% โดยราคาเฉลี่ยของวัตถุดิบปลาทูน่าลดลง 28% จาก 1,585 เหรียญ/ตัน มาที่ 1,141 เหรียญ/ตัน

มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง

กำไรสุทธิในปี 2553 คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง 5% yoy เป็น 3,494 ล้านบาท (3.96 บาท/หุ้น) โดยได้รับการผลักดันจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายทูน่า กุ้ง ซาร์ดีน อาหารกุ้ง และ ปลาหมึก โดยเฉพาะกุ้งส่งออกซึ่งมีอัตรากำไรเพิ่มสูงขึ้นจากการเพิ่มยอดขายสินค้ามูลค่าเพิ่มและขยายตลาดญี่ปุ่นซึ่งส่วนใหญ่ซื้อสินค้า ที่มีอัตรากำไรสูง ขณะที่ TUF ยังได้รับผลบวกจากการประหยัดต้นทุน 7.5 ล้านเหรียญต่อปีหลังจากการปิดโรงงานที่ซามัวร์และย้ายไปจอร์เจียตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังคาดว่าค่าใช้จ่ายของ TUF จะลดต่ำลงเนื่องจากไม่มีการบันทึกค่าใช้จ่ายในการปิดโรงงานเหมือนปีก่อน

คงคำแนะนำ ซื้อ

เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ TUF โดยปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 39.50 บาทจากการประเมินมูลค่าหุ้นด้วย PER ปี 2553 ที่ 10 เท่า ขณะที่คาดว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลจากกำไรในครึ่งหลังของปี 2552 จำนวน 0.96 บาท/หุ้นซึ่งคิดเป็นอัตราผลตอบแทนครึ่งปีที่ 2.8%

  • CEN-W2 : ประเมินราคาวอแรนท์

ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทแคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน) จะเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ. 2553 เป็นต้นไป โดยใช้ชื่อย่อว่า "CEN-W2" ใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวเป็นการจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทที่มีรายชื่ออยู่ในสมุดทะเบียนในวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2553 ในอัตราส่วน 4 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิ และใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วยมีสิทธิซื้อหุ้นสามัญของบริษัทได้ 1 หุ้นในราคาหุ้นละ 2.20 บาท

ลักษณะ เงื่อนไขและสาระสำคัญ CEN-W2

วันที่เริ่มทำการซื้อขาย :

4 กุมภาพันธ์ 2553

ประเภทหลักทรัพย์ :

ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ CEN

จำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิ

124,872,186 หน่วย

สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิ

ใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วยมีสิทธิซื้อหุ้น CEN ได้ 1 หุ้นในราคาใช้สิทธิ 2.20 บาท

อายุของใบสำคัญแสดงสิทธิ

3 ปี (เริ่มใช้สิทธิครั้งแรกในวันที่ 30 กันยายน 2553 และสามารถใช้สิทธิได้ทุกวันทำการสุดท้ายของเดือนมีนาคม, มิถุนายน, กันยายน และธันวาคม ของแต่ละปี โดยมีวันใช้สิทธิครั้งสุดท้ายคือ 17 มกราคม 2556)

ราคาใบสำคัญแสดงสิทธิ

ฟรี

สรุปคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 4/52 กลุ่มธนาคารและบริษัททั่วไป

สรุปผลคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 4/52

หุ้น

กำไรที่คาดไว้(ล้านบาท)

กำไรที่ประกาศ (ล้านบาท)

 

กำไร

 

คำแนะนำ

 

4Q09E

qoq

yoy

4Q09

3Q09

4Q08

07

08

09E

 

กลุ่มธุรกิจการเกษตร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

CPF*

2,236

(39%)

612%

-

3,636

314

1,007

3,046

9,806

ซื้อ

UVAN

74

48%

19%

-

141

62

505

1,445

567

ถือ

กลุ่มธนาคาร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

BAY

2,060

(5%)

144%

1,705

2,172

844

(3,992)

4,896

6,657

ซื้อเมื่ออ่อนตัว

BBL

4,945

(2%)

(6%)

5,967

5,069

5,268

19,218

20,243

20,764

ซื้อ

KBANK

3,877

4%

39%

3,668

3,720

2,790

15,005

15,333

14,892

ซื้อ

KTB

2,551

(40%)

9%

2,548

4,250

2,332

6,407

12,272

12,020

ซื้อเก็งกำไร

SCB

4,907

(6%)

23%

4,780

5,198

3,983

17,356

21,414

20,760

ซื้อเมื่ออ่อนตัว

กลุ่มวัสดุก่อสร้าง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

BSBM

65

306%

n.a.

-

16

(213)

161

124

107

ซื้อ

DCC

232

(3%)

76%

232

240

132

578

664

996

ซื้อ

SCC

5,600

(20%)

n.a.

5,332

6,988

(3,480)

30,352

16,771

24,346

ซื้อ

SSI

780

(41%)

n.a.

1,151

1,313

(5,481)

837

(5,166)

1,272

ซื้อ

TASCO

50

(78%)

n.a.

-

230

(1,135)

306

(1,089)

520

ซื้อ

TSTH (3Q10F)

75

(68%)

n.a.

(3)

238

(2,266)

2,701

81

324

ซื้อเมื่ออ่อนตัว

กลุ่มปิโตรเคมี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

PTTCH

2,342

(17%)

n.a.

-

2,821

(4,177)

19,167

11,739

6,907

ถือ

กลุ่มพาณิชย์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

HMPRO

364

42%

6%

-

256

343

710

959

1,115

ซื้อ

กลุ่มสื่อสาร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ADVANC*

4,258

2%

8%

-

4,174

3,933

16,347

18,820

17,135

ซื้อ

AIT

88

47%

83%

-

60

48

94

211

297

ซื้อ

CSL*

71

(10%)

129%

-

79

31

238

225

287

ถือ

DTAC*

1,952

19%

59%

-

1,636

1,224

5,859

7,568

6,444

ทยอยสะสม

SAMART

122

(12%)

n.a.

-

139

(61)

574

262

427

ซื้อ

THCOM

(175)

n.a.

n.a.

-

51

(597)

3,040

(713)

(146)

ทยอยสะสม

TRUE

10

(90%)

n.a.

-

99

(1,205)

1,158

(2,355)

1,202

ถือ

กลุ่มพลังงาน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

PTTAR

1,608

(6%)

n.a.

-

1,708

(10,654)

18,018

(8,465)

9,272

ซื้อเก็งกำไร

PTTEP

6,018

14%

(11%)

4,652

5,259

6,789

28,455

41,675

23,519

ซื้อ

TOP

1,820

(8%)

n.a.

-

1,978

(8,394)

19,118

224

12,270

ซื้อเมื่ออ่อนตัว

กลุ่มสื่อและสิ่งพิมพ์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

BEC*

756

1%

5%

-

752

721

2,226

2,902

2,651

ซื้อ

MAJOR*

138

100%

106%

-

69

67

597

496

304

ทยอยสะสม

MCOT

360

3%

19%

-

349

302

1,111

1,228

1,349

ซื้อเก็งกำไร

กลุ่มอิเล็คโทรนิคส์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

CCET*

423

(3%)

(5%)

-

434

443

2,970

2,242

1,594

เปลี่ยนตัวเล่น

KCE*

127

19%

n.a.

-

107

(187)

208

(186)

55

ซื้อ

SMT

80

8%

129%

-

74

35

98

201

268

ทยอยสะสม

กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

TUF*

983

(9%)

164%

-

1,086

373

1,639

2,269

3,675

ซื้อ

TVO*

283

(34%)

n.a.

-

431

(288)

1,283

1,327

913

ซื้อลงทุน

กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

AP

587

73%

9%

-

339

538

899

1,638

1,758

ซื้อเมื่ออ่อนตัว

LPN

254

(36%)

10%

-

399

231

928

1,205

1,423

ซื้อเมื่ออ่อนตัว

MK

125

(7%)

(7%)

-

135

135

332

404

536

ซื้อเมื่ออ่อนตัว

PS

1,670

157%

91%

-

651

875

1,302

2,373

3,648

ซื้อเก็งกำไร

SF

84

320%

223%

-

20

26

308

226

108

เต็มมูลค่า

SPALI

615

5%

186%

-

587

215

816

1,069

2,430

ซื้อ

STEC

78

3%

(5%)

-

76

82

22

178

245

ซื้อเมื่ออ่อนตัว

กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

AOT*

822

n.a.

24%

-

(649)

661

(1,716)

4,642

949

ซื้อลงทุน

BECL

375

(22%)

(24%)

-

482

495

1,407

1,444

1,738

ถือ

PSL

541

(23%)

(56%)

417

703

1,227

4,156

4,939

3,047

ซื้อเมื่ออ่อนตัว

THAI*

5,240

n.a.

n.a.

-

(1,247)

(2,648)

4,134

(8,566)

3,615

ซื้อเก็งกำไร

*กำไรปกติ

NVDR Trading Data by Stock

Top 20 Net BUY (03/02/10)

 

Value (Btmn)

 

Buy

Sell

Total

Net

BANPU

708.81

175.69

884.49

533.12

BAY

159.94

11.34

171.28

148.60

BBL

241.48

96.47

337.94

145.01

SCB

144.67

62.96

207.63

81.71

KBANK

102.55

49.06

151.61

53.49

TYONG

34.80

2.54

37.35

32.26

IRPC

27.48

4.29

31.77

23.19

CPALL

22.10

3.13

25.23

18.97

BLA

18.65

-

18.65

18.65

LPN

9.53

0.38

9.92

9.15

ADVANC

19.13

11.76

30.89

7.37

BH

6.27

0.46

6.73

5.81

CPF

6.81

2.74

9.55

4.06

FOCUS

3.77

-

3.77

3.77

MINT

4.19

0.61

4.80

3.59

QH

7.86

4.42

12.29

3.44

KK

4.58

1.20

5.78

3.38

CM

3.35

0.01

3.36

3.34

ESSO

3.11

0.35

3.46

2.77

BECL

3.01

0.26

3.27

2.75

Top 20 Net SELL (03/02/10)

 

Value (Btmn)

 

Buy

Sell

Total

Net

SCC

99.66

288.66

388.32

-189.01

PTT

4.54

69.56

74.09

-65.02

KTB

1.27

59.45

60.72

-58.18

PTTEP

10.53

36.50

47.03

-25.97

SIRI

0.95

18.69

19.64

-17.74

ITD

1.17

15.22

16.39

-14.05

PTTAR

0.61

9.20

9.81

-8.59

TUF

1.70

10.12

11.82

-8.43

PSL

4.77

12.72

17.49

-7.95

MAJOR

0.18

6.95

7.13

-6.78

TTA

1.63

7.95

9.58

-6.31

RATCH

0.89

7.01

7.91

-6.12

TISCO

4.92

10.97

15.89

-6.05

SIRI-W1

0.95

6.56

7.51

-5.61

THAI

0.60

6.16

6.76

-5.56

UNIQ

46.45

51.97

98.43

-5.52

TOP

2.35

7.84

10.19

-5.48

PTTCH

2.07

7.27

9.34

-5.19

SCCC

-

3.93

3.93

-3.93

EGCO

1.57

5.41

6.99

-3.84

Top 20 Most Active (03/02/10)

 

Value (Btmn)

 

Buy

Sell

Total

Net

BANPU

708.81

175.69

884.49

533.12

SCC

99.66

288.66

388.32

-189.01

BBL

241.48

96.47

337.94

145.01

SCB

144.67

62.96

207.63

81.71

BAY

159.94

11.34

171.28

148.60

KBANK

102.55

49.06

151.61

53.49

UNIQ

46.45

51.97

98.43

-5.52

PTT

4.54

69.56

74.09

-65.02

KTB

1.27

59.45

60.72

-58.18

PTTEP

10.53

36.50

47.03

-25.97

TYONG

34.80

2.54

37.35

32.26

IRPC

27.48

4.29

31.77

23.19

ADVANC

19.13

11.76

30.89

7.37

CPALL

22.10

3.13

25.23

18.97

SIRI

0.95

18.69

19.64

-17.74

BLA

18.65

-

18.65

18.65

PSL

4.77

12.72

17.49

-7.95

ITD

1.17

15.22

16.39

-14.05

TISCO

4.92

10.97

15.89

-6.05

AP

5.95

8.65

14.60

-2.70

คำชี้แจง : ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ของ บมจ. หลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) มี 2 ทีม คือ ฝ่ายวิจัย สำหรับนักลงทุนในประเทศ (KELIVE Research) และ ฝ่ายวิจัยนักลงทุนสถาบันต่างประเทศ (Kim Eng Research) อันมีเหตุผลมาจากลักษณะที่แตกต่างในด้าน ลักษณะผู้ลงทุน วัตถุประสงค์ และ กลยุทธ์ ทำให้คำแนะนำ และ/หรือ ราคาเป้าหมายอาจมีความแตกต่างกัน โดย KELIVE Research มีวัตถุประสงค์ที่จะทำบทวิเคราะห์เพื่อสนับสนุนข้อมูลการลงทุนแก่นักลงทุนในประเทศ ( ท่านสามารถดูรายละเอียดได้จาก http://kelive2.kimeng.co.th )ในขณะที่ Kim Eng Research สำหรับนักลงทุนสถาบันต่างประเทศ ( ท่านสามารถดูรายละเอียดได้จาก www.kimengresearch.com.sg). ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่นักลงทุนจะต้องอ่าน และทำความเข้าใจ สมมติฐาน และ พื้นฐานของคำแนะนำ ของแต่ละงานวิจัย

เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลที่ บมจ. หลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เห็นว่าน่าเชื่อถือประกอบกับทัศนะส่วนตัวของผู้จัดทำ ซึ่งมิได้หมายถึงความถูกต้องหรือสมบูรณ์ของข้อมูลดังกล่าวแต่อย่างใด และเอกสารนี้ได้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการลงทุนเท่านั้น มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะชักชวนหรือชี้นำการซื้อขายหลักทรัพย์ใดโดยเฉพาะหรือเป็นการทั่วไปแต่อย่างใด นักลงทุนพึงใช้ข้อมูลในเอกสารนี้ประกอบกับข้อมูลและความเห็นอื่น ๆ และวิจารณญาณของตนในการตัดสินใจการลงทุนให้เหมาะสมแก่กรณี ทั้งนี้ความเห็นที่แสดงอยู่ในเอกสารนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้จัดทำ บมจ. หลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ตลอดจนผู้บริหารและพนักงานของบริษัทไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องกับความเห็นที่แสดงอยู่ในเอกสารนี้ด้วยแต่อย่างใด