»ค้นหาแบบมีเงื่อนไข
Sign In
 
Thailand | Singapore | Malaysia
     
วิเคราะห์ภาพรวม กระแสข่าว/กลยุทธ์
 

By จอร์จ ฮิบส์/มยุรี โชวิกรานต์ /กิติชาญ ศิริสุขอาชา     
08 Feb 8:51AM : กระแสข่าว/กลยุทธ์ (08/02/53)

Kim Eng Securities (Thailand) Ltd.
 

ประเมินแนวโน้มตลาด/กลยุทธ์การลงทุน/บทวิเคราะห์

ประเมินแนวโน้มตลาด

เราคาดว่าตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวไปตามทิศทางข่าวสารจากตลาดหุ้นต่างประเทศ และประเด็นการเมืองในประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทของคุณทักษิณ ชินวัตรที่จะมีขึ้นในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ เราคาดว่ากรอบการปรับตัวลง (Downside) ของตลาดหุ้นไทยใน 2 สัปดาห์นี้จะเปิดกว้างมากกว่า กรอบการปรับตัวขึ้น (Upside) ดังนั้นนักลงทุนจึงควรเน้นลงทุนในหุ้นที่แนวโน้มผลประกอบการปีนี้ขยายตัวแข็งแกร่ง และจ่ายเงินปันผลตอบแทนสูง แม้ตลาดกำลังอยู่ในช่วงการปรับฐาน หุ้นเด่นที่เราขอแนะนำในวันนี้ได้แก่ MCOT และ SCC

  • สัญญาณตลาดขาลงเริ่มเด่นชัดมากขึ้น: มูลค่าการซื้อขายในวันศุกร์ที่ผ่านมาบ่งชี้อย่างชัดเจนว่าตลาดหุ้นไทยกำลังเผชิญกับความเสี่ยงในการปรับตัวลงต่อมากขึ้น โดยมูลค่าการซื้อขายโดยรวมของตลาดลดลงมาอยู่ที่ระดับต่ำเพียง 16,249 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศ, นักลงทุนต่างประเทศ และพอร์ทโบรกเกอร์มีสถานะขายสุทธิ 809 ล้านบาท, 662 ล้านบาท, และ 196 ล้านบาท ตามลำดับ
  • ตัวเลขสำคัญในสัปดาห์หน้า: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลง 4 สัปดาห์ติดต่อกันจากความกังวลของนักลงทุนต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากจีนประกาศใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นเพื่อชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจ เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาดัชนี Down Jones ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย 10.05 จุด หรือ 0.10% เป็น 10,012.23 จุด ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปรับตัวขึ้น 0.29% และ 0.74% ตามลำดับ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในเดือนมกราคมปรับตัวลง 2 หมื่นตำแหน่ง แต่อัตราการว่างงานของสหรัฐฯ ในทางตรงกันข้ามปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 9.7% จากตัวเลขอัตราการว่างงานที่ยังอยู่ในระดับสูง เราคาดว่านักลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะพุ่งความสนใจไปยังมาตรการของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการสร้างงาน หรือการลดอัตราภาษีนิติบุคคลเพื่อให้บริษัทต่างๆ มีการจ้างงานมากขึ้น สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญในสัปดาห์นี้ได้แก่ ตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ ซึ่งจะมีการประกาศในคืนวันอังคาร โดยตลาดคาดจะเห็นการฟื้นตัวต่อเนื่อง, ตัวเลขมูลค่าการส่งออก-นำเข้าของญี่ปุ่นซึ่งจะประกาศในวันนี้ และตัวเลขปริมาณเงินของจีนที่ทางการจะประกาศในวันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ โดยตลาดคาดว่าปริมาณเงิน M2 จะขยายตัว 25.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ตลาดจะให้ความสนใจกับมาตรการในการควบคุมปริมาณสินเชื่อของจีนด้วย
  • ค่าเงิน US Dollar ยังคงแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง: ในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ค่าเงิน US dollar เทียบยูโรแข็งค่าขึ้น 0.4% ขณะที่ค่าเงิน US dollar เทียบยูโร และเยน แข็งค่าขึ้น 0.8% และ 0.3% ตามลำดับ สาเหตุหลักเกิดจากความกังวลต่อปัญหาการเงินในกลุ่ม EU โดยเฉพาะปัญหาการขาดดุลการคลังของประเทศกรีซ การที่นักลงทุนโยกย้ายเม็ดเงินเข้าลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่าง US dollar ทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ส่วนใหญ่ปรับตัวลง โดยราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าปรับตัวลง 1.95 เหรียญสหรัฐฯ เป็น 71.19 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาทองคำล่วงหน้าปรับตัวลง 10.20 เหรียญสหรัฐฯ เป็น 1,052.80 เหรียญสหรัฐฯ ต่อออนซ์

แนวการลงทุน:

เราปรับลดสัดส่วนการถือครองหุ้นลงเหลือ 60%

สัดส่วนลงทุน:

  • หุ้น = 60%
  • เงินสด = 40%

หุ้นแนะนำ

กลุ่มพลังงาน : PTT, PTTEP, BANPU, PTTAR, IRPC

กลุ่มธนาคารพาณิชย์ : BBL, KBANK, TCAP, KTB

กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ : SPALI, AP, LPN, QH

กลุ่มวัสดุก่อสร้าง : SCC, TASCO, DCC, SSI

กลุ่มสื่อสาร : ADVANC, DTAC

กลุ่มอิเล็คโทรนิคส์ : HANA

กลุ่มเดินเรือ : TTA

กลุ่มอื่นๆ : CPF, TPC, TVO, AIT, MAJOR    

กลยุทธ์หุ้น

MCOT : ปันผลครึ่งปีหลังสูง 4.4%

 

 

เราประเมินว่ากำไรไตรมาส 4/52 จะเพิ่มขึ้น 19% yoy เป็น 360 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 56.6% ในไตรมาส 4/51 มาที่ 61.3% จากการเติบโตของรายได้ทางโทรทัศน์ โดยตัวเลขอุตสาหกรรมโฆษณาจาก Nielsen Media Research พบว่าเม็ดเงินโฆษณาของช่อง 9 เติบโตมากที่สุดเมื่อเทียบกับช่องอื่น โดยเพิ่มขึ้น 24.2% yoy และเติบโตมากกว่าอุตสาหกรรมที่ขยายตัว 11.6% ส่วนแบ่งตลาดของช่อง 9 เพิ่มขึ้นจาก 17.3% ในไตรมาส 4/51 เป็น 19.2% เราคาดว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลจากกำไรในครึ่งหลังของปี 52 จำนวน 1 บาท/หุ้น (คิดเป็นอัตราผลตอบแทนครึ่งปีที่ 4.4%) แนะนำ ซื้อเก็งกำไร โดยมีราคาที่เหมาะสม 28 บา

SCC : คาดกำไรไตรมาสแรกจะฟื้นตัวดีขึ้น

แนวโน้มผลประกอบการรวมในปี 2553 เราประเมินกำไรจะปรับลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย 2% เหลือ 23,937 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 19.95 บาท) แรงฉุดธุรกิจปิโตรเคมี แต่ธุรกิจอื่นดีขึ้น โดยสรุปได้ดังนี้ 1.) ธุรกิจปูนซีเมนต์ คาดความต้องการปูนซีเมนต์จะปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 5-10% และ ราคาขายปูนซีเมนต์ที่มีแนวโน้มจะปรับขึ้นตามต้นทุน 2.) ธุรกิจปิโตรเคมีจะถูกกดดันจาก กำลังการผลิตใหม่ของโลก 7-9 ล้านตัน 3.) ธุรกิจกระดาษจะได้แรงหนุนจาก ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นจากกำลังการผลิตใหม่ และ ราคาที่ปรับตัวสูงขึ้น สำหรับแนวโน้มกำไรไตรมาส 1/53 เบื้องต้นเราประเมินจะฟื้นตัวดีขึ้นเป็น 6,000-6,500 ล้านบาท เนื่องจากเป็นช่วงฤดูขาย และ สเปรดในธุรกิจปิโตรเคมีปรับตัวดีขึ้น แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 250 บาท

ปฏิทินเศรษฐกิจ

U.S. economic data this week

 

Releases

Period

Unit

Actual

Est.

Prior

Feb-09

Wholesale Inventories

DEC

MoM

 

0.60%

1.50%

Feb-10

Trade Balance

DEC

bn

 

-$35.5

-$36.4

 

Treasury Budget

JAN

bn

 

-$60.0

-$91.9

 

Crude Inventories

Feb 5

mn

 

-

2.32

Feb-11

Advance Retail Sales

JAN

MoM

 

0.30%

-0.30%

 

Retail Sales Less Autos

JAN

MoM

 

0.40%

-0.20%

 

Initial Jobless Claims

Feb-07

,000

 

456

480

 

Continuing Claims

Jan-31

,000

 

-

4,602

 

Business Inventories

DEC

MoM

 

0.40%

0.40%

Feb-12

U. of Michigan Confidence

FEB P

Index

 

74.8

74.4

Source: Bloomberg.com

สรุปข่าว

หนี้ประเทศลดฮวบ พย.หาย2.3หมื่นล. เทียบจีพีดีแค่45.6% (ข่าวหุ้น 8/2/53): หนี้สาธารณะเดือนพ.ย.ลดต่อเนื่อง เหลือ 3.96 ล้านล้านบาท หรือ 45.56% ของจีดีพีและลดลง 2.3 หมื่นล้านบาท หนี้รัฐบาล กองทุนฟื้นฟู และรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินลดลงทุกตัว

เอสเอสไอเพิ่มยอดขาย 2.7 แสนตัน รุกลงทุนนอกเน้นภูมิภาคเอเชีย (กรุงเทพธุรกิจ 8/2/53): เอสเอสไอ ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ทะลุ 5 หมื่นล้านบาท พร้อมเดินหน้าเพิ่มปริมาณการขายเหล็กเป็น 2.7 แสนตันต่อปี เร่งศึกษาแผนลงทุนต่างประเทศ เน้นภูมิภาคเอเชีย ลั่นสถานะการเงินแกร่งรองรับการลงทุนได้ เผยสัดส่วนหนี้สินต่อทุนเพียง 1.2 เท่า พร้อมขยับการส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 15%

TMB โหมปล่อยกู้ตั้งเป้าเพิ่มยอดลูกค้า SME เท่าตัว (ASTVผู้จัดการรายวัน 8/2/53): ทหารไทย โหมรุกสินเชื่อเอสเอ็มอี เน้นรายเล็กหลังแคมเปญ 3 เท่า รับเงินภายใน 15 วันยอดวิ่งฉิว ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนลูกค้าอีกเท่าตัวจาก 2 หมื่นรายเป็น 4 หมื่นราย และเพิ่มมาร์เกตแชร์เป็น 14% ติด 1 ใน 3 ของระบบภายใน 3 ปี

PYLON ปีนี้เน้นขยายฐานลูกค้าตั้งเป้ายอดขายแตะ 500-700 ล้าน (ASTVผู้จัดการรายวัน 8/2/53): PYLON เผยปีนี้เน้นจับลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยใช้บริการ เพื่อสร้างฐานะกิจการให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น สอดคล้องวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่ขอโตแบบมั่นคง โดยไม่จำเป็นต้องก้าวกระโดด ระบุลูกค้าหลักยังเป็นภาครัฐและเอกชน ปีนี้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 500-700 ล้านบาทเผยปัจจุบันมี Backlog ในมือ 200 ล้านบาท และยื่นประมูลงานเพิ่มอีกประมาณ 400 ล้านบาท เชื่อคว้ามาได้ประมาณ 20-25%

สคิบเขย่งถึง32.50บ. เจรจาลับเงินปันผล รายย่อยลุ้นรับ2เด้งหลังเทนเดอร์ฯ (ข่าวหุ้น 8/2/53): กองทุนฟื้นฟูฯเปิดโต๊ะเจรจาลับกลุ่มธนชาต วงในระบุ TCAP เสนอ 2 ทางเลือก กรณีแรกธนชาตได้รับเงินปันผล 1 พันล้าน ราคาซื้ออยู่ที่ 32.50 บาท กรณีสองไม่มีปันผล ราคาลดลงเหลือต่ำสุด 31.50 บาท นัดประชุมบอร์ดFIDFครั้งต่อไป 17 ก.พ. ด้าน HSBC ไม่สู้เสนอต่ำกว่า 30 บาท คาดธนาคารธนชาตต้อองเพิ่มทุนหาเงินทำเทนเดอร์ฯ ขณะที่รายย่อยรอลุ้น 2 เด้งทั้งกำไรหุ้นและเงินปันผล 0.7-1.0 บาทต่อหุ้น

HMPROปันผลครึ่งหลัง16สต. ขานรับกำไร1.1พันล้าน (ข่าวหุ้น 8/2/53): HMPRO ไตรมาส 4/52 ลุ้นกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 376 ล้านบาท ดันกำไรปี 52 แตะ1,126 ล้านบาท คาดปันผลครึ่งปีหลัง 16 สตางค์ โบรกฯ เชียร์ "ซื้อ"  "ณัฏฐ์" ตั้งเป้ายอดขายปีนี้โต 10% ขยาย 3-5 สาขา ประเดิมเปิดสาขาแรกปีนี้ที่นครปฐม กว่า 450 ล้านบาท วันที่ 27 ก.พ.นี้

จบศึก "โรมมิง-ดาต้า" "AIS-TOT" เดินหน้า 3G (ทันหุ้น 8/2/53): กทช.เคลียร์ศึกโรมมิงดาต้า ระหว่าง TOT-AIS ซัดโรมมิงดาต้าแค่เปิดบริการเสริมฟาก TOT รับที่ผ่านมาสื่อสารผิด เชื่อหลังเข้าใจตรงกัน 4-5 เดือนเปิดบริการได้ ต้าน AIS ยินดีฟังข้อเสนอใหม่ ไม่ยึดติดของเดิม มั่นใจหลัง TOT ไฟเขียวเดินหน้าเปิดบริการโรมมิงกับลูกค้า 3G ทันที

TISCO เจาะฐานรายใหญ่ ใช้กลยุทธ์ปล่อยกู้ร่วม (ทันหุ้น 8/2/53): TISCO บุกสินเชื่อรายใหญ่ สบช่องปล่อยกู้ร่วมแบงก์ใหญ่ เชื่อปีนี้ความต้องการสินเชื่อพุ่ง เหตุลูกค้าหันลงทุนเพิ่มหลังพ้นวิกฤติ ล่าสุดเตรียมปล่อยสินเชื่อร่วม ให้ลูกค้าจีน มั่นใจปีนี้พอร์ตลูกค้ารายใหญ่โต 10% เผยแบงก์พร้อมบุกลูกค้าทุกกลุ่มทั้งอสังหาฯ การผลิต-ส่งออก

บทวิเคราะห์
  • PTT (218.00 บาท : ซื้อ) คาดไตรมาส 4/52 กำไรลดลง 9% qoq
คาดกำไรไตรมาส 4/52 อยู่ที่ 15,509 ล้านบาท ลดลง 9% qoq

เราคาดว่าบริษัทจะประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 4/52 ออกมามีกำไรสุทธิ 15,509 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 5.48 บาท ลดลง 9% qoq แต่ดีขึ้นกว่าไตรมาส 4/51 ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 22,189 ล้านบาท (เป็นการขาดทุนจากจากสต๊อกน้ำมันเป็นหลัก) ผลประกอบการที่ลดลงจากไตรมาสก่อนเป็นผลมาจากผลประกอบการของ PTTEP ที่ชะลอตัวลงและส่วนแบ่งผลกำไรของธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีที่ลดลง อีกทั้งบริษัทยังมีผลขาดทุนจากการจำหน่าย NGV ที่ราคา 8.5 บาท/กิโลกรัม ต่ำกว่าทุนที่ 14 บาท/กิโลกรัมเป็นจำนวน 2 พันล้านบาท ในไตรมาสนี้ผลกำไรของ PTTEP ลดลง 12% qoq จากการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายจากเหตุการณ์ไฟไหม้ในโครงการ Montara จำนวน 5.3 พันล้านบาทและการตัดจำหน่ายหลุมแห้ง ในขณะที่ส่วนแบ่งผลกำไรของธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีคาดว่าจะลดลง 22% qoq จาก 5,296 ล้านบาทในไตรมาส 3/52 เป็น 4,116 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากค่าการกลั่นที่ชะลอตัวลงจาก จากคาดการณ์ผลกำไรไตรมาส 4/52 ที่ดีกว่าที่เราประเมินไว้เดิม ทำให้เราปรับประมาณการกำไรปี 2552 ขึ้น 10% เป็นกำไรสุทธิ 59,840 ล้านบาท หรือ 21.19 บาท/หุ้น ส่วนปีนี้เราก็ปรับประมาณการขึ้น 4% เป็นกำไรสุทธิ 74,099 ล้านบาทหรือ 26.24 บาท/หุ้นจากเงินประกันชดเชยที่ PTTEP คาดว่าจะได้รับ 226 ล้านเหรียญ

แนวโน้มไตรมาส 1/53 กำไรจะดีกว่าปีก่อนมาก

เราคาดว่าผลประกอบการไตรมาส 1/53 จะกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง จากธุรกิจก๊าซที่จะมีผลกำไรที่ดีขึ้นตามความต้องการใช้ก๊าซที่กลับมาเติบโตได้อีกครั้ง, ปริมาณการจำหน่ายปิโตรเลียมและราคาจำหน่ายที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นของ PTTEP บวกกับการบันทึกเงินประกันชดเชยก่อนภาษีจากเหตุการณ์ไฟไหม้ที่โครงการ Montara อีกประมาณ 7.3 พันล้านบาท (คาดทยอยบันทึกในครึ่งปีแรก) ส่วนธุรกิจโรงกลั่นคาดว่าจะมีกำไรปกติจากการดำเนินงานดีขึ้นตามค่าการกลั่นที่ฟื้นตัวมาอยู่ที่ 4-5 เหรียญ/บาร์เรลในปัจจุบัน ในส่วนของธุรกิจปิโตรเคมีทั้งสายโอเลฟินส์และอะโรเมติกส์ก็คาดว่าจะมีกำไรดีขึ้นตาม spread margin ที่ยังยืนสูงตามราคาปิโตรเคมี โดยรวมเราคาดว่าผลกำไรปกติในไตรมาส 1/53 จะดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 7,449 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 2.64 บาท มาก

คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 319 บาท

สำหรับความคืบหน้าของโรงแยกก๊าซ 6 ที่ยังอยู่ในระหว่างการถูกระงับโครงการชั่วคราว ตามคำสั่งของศาลปกครองกลางนั้น มีความคืบหน้าว่ากระทรวงพลังงาน, PTT และคณะอนุกรรมการในคณะกรรมการ 4 ฝ่าย จะส่งเรื่องให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ตีความว่าโรงแยกก๊าซ 6 ของ PTT ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ หากไม่เข้าข่ายก็สามารถเปิดดำเนินการผลิตได้ในเดือนเมษายนนี้ แต่หากกรณีแย่ที่สุดคือ โรงแยกก๊าซ 6 ถูกตีความว่าเป็นโครงการที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมก็ต้องดำเนินการตามมาตรา 67 วรรค 2 ของรัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งคงต้องใช้เวลาอีก 6-8 เดือนกว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตโรงแยกก๊าซ 6 ได้ เราได้ประเมินกรณีที่โรงแยกก๊าซ 6 ล่าช้าไป 6 เดือนจากกำหนดการเดิม (เดิมคาดว่าจะเริ่มผลิตได้ไตรมาส 1/53) ไว้ในประมาณการของเราแล้ว แต่หากโครงการต้องล่าช้าไปอีก 6 เดือน ไปถึงปลายปีนี้ ก็จะส่งผลกระทบให้ผลกำไรของบริษัทที่เราประมาณการไว้ลดลง 5% ราคาหุ้นปัจจุบันตอบรับปัจจัยเสี่ยงมามากแล้ว เรายังแนะนำ ซื้อ โดยมีราคาเป้าหมาย 319 บาท

  • SIS (8.55 บาท : ซื้อ) คาดผลประกอบการไตรมาสสี่จะทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง แนวโน้มปี 2553 ผู้บริหารตั้งเป้าจะโต 8-10%
คาดกำไรไตรมาส 4/52 จะยังโดดเด่นระดับ 65 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่ออีก

บมจ. เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) (SIS) เราประเมินผลประกอบการไตรมาส 4/52 จะยังโดดเด่นต่อเนื่อง โดยคาดจะมีกำไรสุทธิเท่ากับ 65 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 0.32 บาท) เพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาสก่อน และ 61% จากปีก่อน เนื่องจากได้แรงหนุนจาก 1.) ยอดขายยังอยู่ในระดับสูง และ มีการขยายตัวต่อเนื่อง เท่ากับ 4% จากไตรมาสก่อน และ 22% จากปีก่อน สู่ระดับ 3,615 ล้านบาท เนื่องจากได้แรงหนุนจากการเติบโตของสินค้าประเภทไอที รับรู้การจัดซื้อคอมพิวเตอร์ PC และ Notebook ของงบไทยเข้มแข็งประมาณ 100 ล้านบาท และ ในเดือน พ.ย. 2552 ได้มีการจัดงาน Commart แต่ 2.) อัตรากำไรขั้นต้น คาดจะชะลอตัวลงเหลือ 5.5% เทียบกับ 5.7% ในไตรมาสก่อน และ 6.7% ในปีก่อน เนื่องจากมีงานประเภทโครงการเพิ่มขึ้น สำหรับ 3.) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารคาดจะปรับตัวลดลงเหลือ 115 ล้านบาท ลดลง 6% จากไตรมาสก่อน และ ลดลง 27% จากปีก่อน แม้ว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้น จากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญที่น้อยลง และ มีการบวกกลับสำรอง รวมถึงการขายงานโครงการก็มีส่วนช่วยให้ภาระหนี้สงสัยจะสูญน้อยลง

การเติบโตอุตสาหกรรมไอที งบไทยเข้มแข็ง การขยายฐานธุรกิจ หนุนเติบโตต่อ

SIS ยังมีแนวโน้มจะเติบโตต่อ ในปี 2553 โดยจะได้แรงหนุน จาก 1.) SIS มีจุดเด่นสินค้าประเภท Computer Notebook (สัดส่วนเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% ของยอดขาย) ยังเติบโตอย่างต่อเนื่องในอัตราสูง เพราะเข้ามามีความจำเป็นในสถานศึกษาต่างๆมากขึ้น โดยเฉพาะในปัจจุบันราคาได้ลดลงเหลือเพียงหมื่นต้นๆทำให้ตลาดได้กระจายไปสู่ระดับมัธยมมากขึ้น จากเดิมจะกระจุกตัวในมหาวิทยาลัย 2.) แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง จะมีงบของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ PC และ Notebook สำหรับปีงบประมาณ 2553 ประมาณ 4,000 ล้านบาท โดยในไตรมาส 1/53 ทาง SIS จะมีการส่งมอบประมาณ 400 ล้านบาท 3.) เปิดสำนักงานสาขาในต่างจังหวัด เช่น เชียงใหม่ และ จะเปิดเพิ่มอีกที่ ขอนแก่น หาดใหญ่ และ ภูเก็ต จะช่วยกระจายสินค้าไปต่างจังหวัดมากขึ้น 4.) เข้าลงทุน 15% ใน Hardware House International Co., Ltd. ซึ่งเป็น เชนสโตร์ค้าปลีกไอทีรายใหญ่ มีร้านค้าปลีกทั่วประเทศประมาณ 100 แห่ง โดยผู้บริหารของ SIS ตั้งเป้าหมายปี 2553 จะเติบโตประมาณ 8-10% ดังนั้น ในปี 2553 เราประเมินยอดขายของ SIS จะเติบโตต่ออีก 10% เป็น 15,171 ล้านบาท และ มีกำไรสุทธิเท่ากับ 249 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 1.21 บาท) ขยายตัว 4%

แนะนำรอ ซื้อ ช่วงอ่อนตัว จากสภาพคล่องต่ำ และ ราคาหุ้นได้วิ่งขึ้นมาแรง

ราคาหุ้นปัจจุบันที่ 8.5 ได้พุ่งขึ้นมาแรงถึง 127% นับจากต้นปี 2552 แต่ยังซื้อขาย P/E ปี 2553 ที่ค่อนข้างต่ำเท่ากับ 7.0 เท่า, EV/EBITDA 5.4 เท่า และ มีเงินปันผลตอบแทนเท่ากับ 5.4% ซึ่งยังน่าสนใจ เราได้ปรับราคาเหมาะสมขึ้นอีกเล็กน้อยเป็น 10 บาท บนฐาน P/E ปี 2553 เท่ากับ 8 เท่า จากเดิม 9 บาท บนฐาน P/E ปี 2553 เท่ากับ 7.4 เท่า รวมแล้วเราคงคำแนะนำ ซื้อ แต่ควรรอช่วงอ่อนตัว เนื่องจากราคาหุ้นได้วิ่งขึ้นมาค่อนข้างมากแล้ว และ เป็นหุ้นที่มีสภาพคล่องต่ำ

สรุปคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 4/52 กลุ่มธนาคารและบริษัททั่วไป

สรุปผลคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 4/52

หุ้น

กำไรที่คาดไว้(ล้านบาท)

กำไรที่ประกาศ (ล้านบาท)

 

กำไร

 

คำแนะนำ

 

4Q09E

qoq

yoy

4Q09

3Q09

4Q08

07

08

09E

 

กลุ่มธุรกิจการเกษตร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

CPF*

2,236

(39%)

612%

-

3,636

314

1,007

3,046

9,806

ซื้อ

UVAN

74

48%

19%

-

141

62

505

1,445

567

ถือ

กลุ่มธนาคาร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

BAY

2,060

(5%)

144%

1,705

2,172

844

(3,992)

4,896

6,657

ซื้อเมื่ออ่อนตัว

BBL

4,945

(2%)

(6%)

5,967

5,069

5,268

19,218

20,243

20,764

ซื้อ

KBANK

3,877

4%

39%

3,668

3,720

2,790

15,005

15,333

14,892

ซื้อ

KTB

2,551

(40%)

9%

2,548

4,250

2,332

6,407

12,272

12,020

ซื้อเก็งกำไร

SCB

4,907

(6%)

23%

4,780

5,198

3,983

17,356

21,414

20,760

ซื้อเมื่ออ่อนตัว

กลุ่มวัสดุก่อสร้าง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

BSBM

65

306%

n.a.

-

16

(213)

161

124

107

ซื้อ

DCC

232

(3%)

76%

232

240

132

578

664

996

ซื้อ

SCC

5,600

(20%)

n.a.

5,332

6,988

(3,480)

30,352

16,771

24,346

ซื้อ

SSI

780

(41%)

n.a.

1,151

1,313

(5,481)

837

(5,166)

1,272

ซื้อ

TASCO

50

(78%)

n.a.

-

230

(1,135)

306

(1,089)

520

ซื้อ

TSTH (3Q10F)

75

(68%)

n.a.

(3)

238

(2,266)

2,701

81

324

ซื้อเมื่ออ่อนตัว

กลุ่มปิโตรเคมี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

PTTCH

2,342

(17%)

n.a.

-

2,821

(4,177)

19,167

11,739

6,907

ถือ

กลุ่มพาณิชย์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

HMPRO

364

42%

6%

-

256

343

710

959

1,115

ซื้อ

กลุ่มสื่อสาร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ADVANC*

4,258

2%

8%

-

4,174

3,933

16,347

18,820

17,135

ซื้อ

AIT

88

47%

83%

-

60

48

94

211

297

ซื้อ

CSL*

71

(10%)

129%

-

79

31

238

225

287

ถือ

DTAC*

1,952

19%

59%

-

1,636

1,224

5,859

7,568

6,444

ทยอยสะสม

SAMART

122

(12%)

n.a.

-

139

(61)

574

262

427

ซื้อ

SHIN*

1,472

0%

n.a.

-

1,469

(65)

1,575

6,079

6,267

ถือ

SIS

65

2%

63%

-

64

40

130

207

239

ซื้อ

THCOM

(175)

n.a.

n.a.

-

51

(597)

3,040

(713)

(146)

ทยอยสะสม

TRUE

10

(90%)

n.a.

-

99

(1,205)

1,158

(2,355)

1,202

ถือ

กลุ่มพลังงาน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

PTT

15,509

(9%)

n.a.

-

16,987

(22,189)

97,804

51,705

59,840

ซื้อ

PTTAR

1,608

(6%)

n.a.

-

1,708

(10,654)

18,018

(8,465)

9,272

ซื้อเก็งกำไร

PTTEP

6,018

14%

(11%)

4,652

5,259

6,789

28,455

41,675

23,519

ซื้อ

TOP

1,820

(8%)

n.a.

-

1,978

(8,394)

19,118

224

12,270

ซื้อเมื่ออ่อนตัว

กลุ่มสื่อและสิ่งพิมพ์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

BEC*

756

1%

5%

-

752

721

2,226

2,902

2,651

ซื้อ

MAJOR*

138

100%

106%

-

69

67

597

496

304

ทยอยสะสม

MCOT

360

3%

19%

-

349

302

1,111

1,228

1,349

ซื้อเก็งกำไร

กลุ่มอิเล็คโทรนิคส์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

CCET*

423

(3%)

(5%)

-

434

443

2,970

2,242

1,594

เปลี่ยนตัวเล่น

HANA*

523

(12%)

52%

-

594

343

1,862

1,808

1,773

ซื้อ

KCE*

127

19%

n.a.

-

107

(187)

208

(186)

55

ซื้อ

SMT

80

8%

129%

-

74

35

98

201

268

ทยอยสะสม

กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

TUF*

983

(9%)

164%

-

1,086

373

1,639

2,269

3,675

ซื้อ

TVO*

283

(34%)

n.a.

-

431

(288)

1,283

1,327

913

ซื้อลงทุน

กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

AP

587

73%

9%

-

339

538

899

1,638

1,758

ซื้อเมื่ออ่อนตัว

LPN

254

(36%)

10%

-

399

231

928

1,205

1,423

ซื้อเมื่ออ่อนตัว

MK

125

(7%)

(7%)

-

135

135

332

404

536

ซื้อเมื่ออ่อนตัว

PS

1,670

157%

91%

-

651

875

1,302

2,373

3,648

ซื้อเก็งกำไร

SF

84

320%

223%

-

20

26

308

226

108

เต็มมูลค่า

SPALI

615

5%

186%

-

587

215

816

1,069

2,430

ซื้อ

STEC

78

3%

(5%)

-

76

82

22

178

245

ซื้อเมื่ออ่อนตัว

กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

AOT*

822

n.a.

24%

-

(649)

661

(1,716)

4,642

949

ซื้อลงทุน

BECL

375

(22%)

(24%)

-

482

495

1,407

1,444

1,738

ถือ

PSL

541

(23%)

(56%)

417

703

1,227

4,156

4,939

3,047

ซื้อเมื่ออ่อนตัว

THAI*

5,240

n.a.

n.a.

-

(1,247)

(2,648)

4,134

(8,566)

3,615

ซื้อเก็งกำไร

*กำไรปกติ

NVDR Trading Data by Stock

Top 20 Net BUY (05/02/10)

 

Value (Btmn)

 

Buy

Sell

Total

Net

BBL

350.05

294.07

644.12

55.98

PTT

73.47

21.39

94.85

52.08

PTTEP

70.38

32.53

102.92

37.85

PTTCH

39.39

5.47

44.86

33.91

LH

39.73

11.96

51.69

27.77

KTB

20.64

3.92

24.57

16.72

ACL

13.01

0.09

13.10

12.92

TRUE

13.13

0.82

13.95

12.31

IRPC

16.48

4.43

20.91

12.05

SCC

11.33

1.33

12.66

10.00

CPF

13.90

5.57

19.47

8.32

PSL

10.86

3.32

14.18

7.53

BAT-3K

7.49

-

7.49

7.49

THAI

7.59

0.25

7.84

7.34

QH

10.32

3.53

13.85

6.78

BEC

6.85

0.27

7.13

6.58

BECL

6.45

0.68

7.12

5.77

PS

5.52

-

5.52

5.52

UNIQ

4.99

0.09

5.08

4.90

STA

5.77

2.03

7.81

3.74

Top 20 Net SELL (05/02/10)

 

Value (Btmn)

 

Buy

Sell

Total

Net

KBANK

17.94

280.87

298.82

-262.93

SCB

175.39

274.75

450.14

-99.36

BANPU

304.10

391.96

696.06

-87.87

PTTAR

9.16

35.17

44.33

-26.01

CPALL

17.00

42.34

59.34

-25.34

ADVANC

26.37

48.52

74.89

-22.14

BLA

3.52

16.59

20.11

-13.07

LPN

2.81

12.02

14.83

-9.20

TYONG

0.70

9.72

10.42

-9.02

ITD

0.38

9.01

9.40

-8.63

TASCO

-

5.97

5.97

-5.97

TMB

8.39

13.55

21.94

-5.16

AP

0.49

4.88

5.37

-4.38

SPALI

1.64

5.95

7.59

-4.30

TTA

2.73

6.14

8.87

-3.42

ESSO

0.04

3.20

3.24

-3.15

RATCH

0.00

3.12

3.13

-3.12

SAMART

2.51

5.45

7.96

-2.94

KK

1.73

4.47

6.20

-2.73

KSL

0.03

1.68

1.71

-1.65

Top 20 Most Active (05/02/10)

 

Value (Btmn)

 

Buy

Sell

Total

Net

BANPU

304.10

391.96

696.06

-87.87

BBL

350.05

294.07

644.12

55.98

SCB

175.39

274.75

450.14

-99.36

KBANK

17.94

280.87

298.82

-262.93

PTTEP

70.38

32.53

102.92

37.85

PTT

73.47

21.39

94.85

52.08

ADVANC

26.37

48.52

74.89

-22.14

CPALL

17.00

42.34

59.34

-25.34

BAY

27.19

25.29

52.48

1.89

LH

39.73

11.96

51.69

27.77

PTTCH

39.39

5.47

44.86

33.91

PTTAR

9.16

35.17

44.33

-26.01

TISCO

16.13

17.39

33.52

-1.26

KTB

20.64

3.92

24.57

16.72

TMB

8.39

13.55

21.94

-5.16

TOP

12.02

9.79

21.82

2.23

IRPC

16.48

4.43

20.91

12.05

SCIB

11.91

8.34

20.24

3.57

BLA

3.52

16.59

20.11

-13.07

CPF

13.90

5.57

19.47

8.32

คำชี้แจง : ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ของ บมจ. หลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) มี 2 ทีม คือ ฝ่ายวิจัย สำหรับนักลงทุนในประเทศ (KELIVE Research) และ ฝ่ายวิจัยนักลงทุนสถาบันต่างประเทศ (Kim Eng Research) อันมีเหตุผลมาจากลักษณะที่แตกต่างในด้าน ลักษณะผู้ลงทุน วัตถุประสงค์ และ กลยุทธ์ ทำให้คำแนะนำ และ/หรือ ราคาเป้าหมายอาจมีความแตกต่างกัน โดย KELIVE Research มีวัตถุประสงค์ที่จะทำบทวิเคราะห์เพื่อสนับสนุนข้อมูลการลงทุนแก่นักลงทุนในประเทศ ( ท่านสามารถดูรายละเอียดได้จาก http://kelive2.kimeng.co.th )ในขณะที่ Kim Eng Research สำหรับนักลงทุนสถาบันต่างประเทศ ( ท่านสามารถดูรายละเอียดได้จาก www.kimengresearch.com.sg). ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่นักลงทุนจะต้องอ่าน และทำความเข้าใจ สมมติฐาน และ พื้นฐานของคำแนะนำ ของแต่ละงานวิจัย

เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลที่ บมจ. หลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เห็นว่าน่าเชื่อถือประกอบกับทัศนะส่วนตัวของผู้จัดทำ ซึ่งมิได้หมายถึงความถูกต้องหรือสมบูรณ์ของข้อมูลดังกล่าวแต่อย่างใด และเอกสารนี้ได้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการลงทุนเท่านั้น มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะชักชวนหรือชี้นำการซื้อขายหลักทรัพย์ใดโดยเฉพาะหรือเป็นการทั่วไปแต่อย่างใด นักลงทุนพึงใช้ข้อมูลในเอกสารนี้ประกอบกับข้อมูลและความเห็นอื่น ๆ และวิจารณญาณของตนในการตัดสินใจการลงทุนให้เหมาะสมแก่กรณี ทั้งนี้ความเห็นที่แสดงอยู่ในเอกสารนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้จัดทำ บมจ. หลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ตลอดจนผู้บริหารและพนักงานของบริษัทไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องกับความเห็นที่แสดงอยู่ในเอกสารนี้ด้วยแต่อย่างใด